ดหาหนทางหยิบยืมพลังจากชีวิตและความตาย แต่ยามนี้เมื่อไร้พลัง ทั้งต้องเผชิญกับปัญหา
ๆ แต่เมื่อพลังชีวิตอ่อนแอถึงขีดสุด แทบไม่ต่างจากตกตายไปแล้ว ผู้คนย่อมไม่อาจดูดซับพลังชีวิตได้อีก เมื่อถึงเวลานั้น จำต้องแสวงหาชีวิตจากความตายพลังงานความตายเมื่อบรรลุความหนาแน่นเข้มข้นถึงระดับหนึ่ง อาจสามารถหลอมสร้างเป็นพลังชีวิตออกมา
มันชี้นิ้วไปในอากาศธาตุ กระดูกโหยหวนทั้งสามร้อยชิ้นแตกระเบิดอย่างพร้อมเพรียง แยกย้ายพวยพุ่งเข้าไปในกลุ่มก้อนของเหลวในเสาเพลิงแต่ละต้น
เมื่อกระดูกโหยหวนผ่านเข้าไปในกลุ่มก้อนของเหลว ทั้งเสาเพลิงและของเหลวนั้นพากันสั่นอย่างรุนแรง พื้นผิวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างดุร้าย ราวกับว่ามีแมลงนับไม่ถ้วนคืบคลานอยู่ภายใน เสียงมารหลอนจิตพลันกลับกลายเป็นกรีดแหลมอย่างลิงโลด ทะลุทะลวงไปทั่วบริเวณโดยรอบ
ในชั้นอากาศปรากฏคลื่นอากาศอันแหลมคม เสียงมารหลอนจิตในครั้งนี้บรรลุถึงระดับพลังอันกล้าแข็งสุดเปรียบปาน!
องครักษ์เสี่ยวฮั่วที่ข้างกายจั่วม่อใบหน้าทอแววเจ็บปวด มันนับว่าอยู่ใกล้ชิดที่สุด ทั้งตกอยู่ในรัศมีทำลายล้างของเสียงมารหลอนจิต แต่มันไม่ยินดีที่จะล่าถอยออกไป ได้แต่กัดฟันฝืนทน
จั่วม่อที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่สะทกสะท้านต่อเสียงมารหลอนจิตแม้แต่น้อย ร่างตั้งตรงดุจคันทวน มีเพียงผมขาวราวหิมะที่พลิ้วสะบัดไปตามแรงลม
กลุ่มก้อนของเหลวในเสาเพลิงยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดยั้ง เปลี่ยนรูปร่างอยู่ตลอดเวลา
“ฮะ! พวกมันกำ