ดคลุมพลันเอ่ยปาก
“คิดร้องขอความกรุณาหรือ ฮี่ฮี่ สายเกินไปแล้ว!” สุ้มเสียงระคายหูของปู้หรูเหมียนสะท้อนก้องอยู่ในอากาศ
“ร้องขอความกรุณา?”
“ต้าเหรินโปรดรอสักครู่ ปู้หรูเหมียนต้าเหรินจะเสร็จเรื่องในอีกไม่ช้า” องครักษ์กล่าวกับจั่วม่อ เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวปู้หรูเหมียนอย่างเปี่ยมล้น
“ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้รีบร้อน” จั่วม่อกล่าวยิ้ม ๆ แต่ในใจมันไม่เห็นด้วย พลังเทพของมันแม้ยังไม่ฟื้นคืน แต่จะอย่างไรมีพลังฝึกตนแข็งแกร่งกว่าทุกผู้คนในสถานที่นี้ ในความเห็นของมัน พลังฝีมือของคนในเสื้อคลุมสมควรไม่ด้อยไปกว่าปู้หรูเหมียน
ยิ่งไปกว่านั้น ประสาทรับรู้ของมันเฉียบไวกว่าทุกผู้คน สังเกตเห็นว่าในยามที่ปู้หรูเหมียนปรากฏตัว คนในเสื้อคลุมแม้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแต่แท้จริงแล้วกลิ่นอายสภาวะของคนผู้นั้นไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย
นี่เห็นได้ว่าฝ่ายตรงข้ามแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก
ย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายยังมีแผนการอื่นติดตามมา จั่วม่อคิดอย่างขบขัน
องครักษ์เสี่ยวฮั่วหันไปสอบถามเหล่าหวังอย่างห่วงกังวล “เหล่าหวังเจ้าไม่เป็นไรกระมัง?”
เหล่าหวังฝืนเค้นรอยยิ้ม “ไม่มีใด เพียงแค่ยังไม่ฟื้นฟูพลังฝีมือเท่านั้นเจ้าผู้นั้นฝีมือกล้าแข็งยิ่ง กระทั่งข้าสวมใส่ยุทโธปกรณ์เทพ ใช้กระบวนท่าสังหารที่ร้ายกาจที่สุดของข้า ยังเพียงแค่บีบบังคับมันถอยหลังสามก้าวเท่านั้น ช่างน่าขายหน้านัก!”
“ฮ่าฮ่า เหล่าหวัง ข้าก็บอกเจ้าแล้ว เมื่อคืนอย่าได้กรำศึก