นึ่งในอาณาเขตแห่งไฟที่ดีเลิศที่สุดในดินแดนแห่งความมืด!” องครักษ์กล่าวด้วยสุ้มเสียงภาคภูมิใจ
รถม้ากระดูกเหินร่อนลงอย่างรวดเร็ว
บนพื้นมีผู้คนจำนวนหนึ่งคล้ายรอคอยอยู่แต่แรก เมื่อรถม้าลงเทียบพื้น พวกมันก็ตรงเข้ามาค้อมกายคารวะ เรียกขานท่านปรมาจารย์อย่างพร้อมเพรียง
“นี่คือหัวหน้าผู้ดูแลสุสานเปลวไฟ หลู่จวง” องครักษ์แนะนำคนที่อยู่ด้านหน้าสุด
จั่วม่อทักทายหลู่จวงผู้มีสีหน้าซาบซึ้งตื้นตัน หลู่จวงผู้นี้รูปโฉมธรรมดาสามัญ ยามนี้ดูประหวั่นลนลานอยู่บ้าง ท่าทีละอายแก่ใจ “ท่านปรมาจารย์โปรดอภัยให้ด้วย พวกเราทุกคนพยายามหลอมกลั่นกระดูกขาวอย่างเต็มที่แล้ว แต่ดีที่สุดก็ได้เพียงนี้เอง”
หลู่จวงประคองส่งกระดูกท่อนหนึ่งมาให้ นั่นเป็นชิ้นกระดูกโปร่งใสที่เต็มไปด้วยรอยด่างสีขาวน่าเกลียดจำนวนมาก
จั่วม่อขมวดคิ้ว สภาพเช่นนี้เกิดจากการที่ขจัดสิ่งเจือปนออกไปไม่หมดสิ้น ทั้งเหลือทิ้งเอาไว้มากเกินไป
จั่วม่อในที่สุดเข้าใจแล้วว่าปัญหาอยู่ที่ใด เป็นตัวมันเองที่คาดการณ์โดยยึดถือจากระดับความสามารถของค่ายจินวูอันเป็นสิ่งเคยชินของมันแต่แท้จริงแล้วระดับฝีมือของคนเหล่านี้อ่อนด้อยกว่าค่ายจินวูมาก เมื่อดูจากกระดูกชิ้นนี้ สามารถเห็นได้ว่าคนที่เรียกว่าฝีมือดีที่สุดในหมู่พวกมันเพียงมีความสามารถระดับเดียวกันกับเด็กฝึกหัดของค่ายจินวูเท่านั้น
มันต้องการกระดูกผลึกจำนวนมหาศาล แน่นอนว่ามันย่อมสามารถหลอมกลั่นด้วยตัวเอง แต่จั่วม่อไม่คิดหมด