ี้เข้าร่วมวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนืออีก
จู้หนานเยวี่ยสีหน้าขัดตาอยู่บ้าง นางกระซิบเสียงต่า “พวกเรานำคนมาน้อยเกินไป”
“อา!” หลานปิงงงงันวูบ แต่นางเข้าใจด้วยปัญญาไว สีหน้าซีดขาวลงทันที “เจ้าหมายความว่า … …”
“มันสามารถหลอมสร้างยุทภัณฑ์เทพจริง ๆ !” จู้หนานเยวี่ยกล่าวด้วยน้าเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยม
หลานปิงสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้ง ซึ่งความจริงนางลอบกังขามาโดยตลอด ว่าผู้อาวุโสผมขาวมีขีดความสามารถในการหลอมสร้าง
?” หลานปิงรีบถามอย่างร้อนใจ
“ขอความช่วยเหลือเร่งด่วน!” จู้หนานเยวี่ยกล่าวเสียงหนัก
ห่างไกลจากขบวนของจั่วม่อ เงาร่างหลายสายปรากฏขึ้นพร้อมกัน ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสวมใส่เสื้อคลุมดำ ใบหน้าแข็งทื่อเย็นชาราวกับผีดิบ
“นับเป็นกำไรก้อนโตนัก คราครั้งนี้เราแทบไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรเลย” ผู้กล่าววาจาทั้งร่างปกคลุมด้วยพลังหยิน สุ้มเสียงลี้ลับเปี่ยมอันตรายบันดาลให้ผู้ที่ได้ฟังรู้สึกไขสันหลังเย็นวาบ
“คนผู้นี้สามารถหลอมสร้างยุทธภัณฑ์เทพจริงดังคาด” โครงกระดูกขาวที่ครบถ้วนสมบูรณ์ชุดหนึ่งพลันกล่าวขึ้น ในเบ้าตาที่กลวงเปล่าของมันเห็นดวงไฟวิญญาณสองดวงกะพริบไหววูบเป็นระยะ
ผีดิบเสื้อคลุมดำกล่าวเสียงแหบพร่า “ไปกันเถอะ!”
เงาร่างทั้งหกหายวับไปกลางอากาศราวกับหมอกควัน
“อา” จั่วม่อภายในรถศึกสัมผัสรับรู้ถึงบางสิ่ง เงยหน้าขึ้นทันที
แทบจะในเวลาเดียวกัน เสียงจู้หนานเยวี่ยตะโกนสั่งการมาจากทางด้านนอก “ศัตรูโจมตี! ตั้งค่ายก