ล!”
พวกมันมาเร็วยิ่ง!
จั่วม่อตกตะลึงอยู่บ้าง มันเพิ่งพบว่ามีใครบางคนลอบสังเกตการณ์จากระยะไกล แต่คิดไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะมาเร็วถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ายังเปิดเผยถึงปานนี้ นี่หมายความว่าผู้มาจะต้องมีความเชื่อมั่นในพลังฝีมือของตนอย่างเปี่ยมล้น
มันผุดลุกออกจากรถศึก พอดีเห็นเงาร่างหกสายปรากฏกายออกมาจากหมอกอย่างช้า ๆ
ชิงเสี่ยวยืนอยู่ข้างกายจั่วม่อ สีหน้าขรึมเคร่งทอแววระแวดระวัง มันสามารถสัมผัสได้ว่าเหล่าผู้มามีพลังฝีมือสูงส่ง ชนิดที่ชนชั้นทวอปาอวี้ไม่อาจเทียบได้
จู้หนานเยวี่ยเมื่อพบเห็นเงาร่างทั้งหก ถึงกับม่านตาหดแคบลงทันควัน “จ้าวภูตผีสุสานหยิน!”
ประโยคนี้พอหลุดจากปาก หลานปิงที่ด้านข้างใบหน้าเปลี่ยนเป็นขาวเผือด บรรดาองครักษ์ที่ตั้งค่ายกล รูปขบวนปั่นป่วนรวนเรเล็กน้อย
“เด็กน้อยสายตาไม่เลว” ผีดิบเสื้อคลุมดำกล่าวเนิบนาบ สุ้มเสียงของมันทั้งแหบแห้งทั้งระคายหู ราวกับนำกิ่งไม้สองท่อนมาเสียดสีกัน
จู้หนานเยวี่ยกวาดตามองอย่างรวดเร็ว หัวใจยิ่งดิ่งวูบลงกว่าเดิม
โครงกระดูกขาวที่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้นคือกู่อู๋ซวง หนึ่งในยอดยุทธ์ที่มีชื่อเลื่องลือที่สุดแห่งผู้พิทักษ์สุสานหยิน ผู้ที่ทั้งร่างปกคลุมอยู่ในควันดำ
? ผู้น้อยรับคำสั่งท่านจ้าววัง คุ้มครองส่งอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติของวังที่ราบน้าแข็งแดนเหนือ… …”
ผีดิบเสื้อคลุมดำกลับไม่แยแสสนใจนาง กวาดตามองทั้งขบวนแวบหนึ่ง จากนั้นสายตาจ้องมองมายังจั่วม่อ ค้อมคำนับเล็กน้อ