วามมืดถูกปิดตายอย่างแน่นหนา ไม่มีข่าวจากโลกภายนอกผ่านเข้ามามากนัก
ทันใดนั้นกู่อู๋ซวงเอ่ยถามว่า “ปรมาจารย์ยินดีขายรถศึกคันนี้หรือไม่?”
จั่วม่อสั่นศีรษะ “ขออภัย รถคันนี้ไม่อาจขาย”
ซึ่งความจริงการหลอมสร้างรถศึกคันนี้ไม่ได้เปลืองแรงสักเท่าใด แต่มันไม่ต้องการให้ค่ายกลอักขระเทพบนรถศึกแพร่งพรายออกไป
กู่อู๋ซวงหัวร่อเหอเหอสองคำ โครงกระดูกขาวโพลนทั้งตัว กลับหัวร่อจนกระโหลกศีรษะสั่นกระเพื่อมเช่นนี้ จั่วม่อเพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก
จั่วม่อไม่คิดเปลืองเวลาสูญเปล่า “ในเมื่อตกลงกันได้ เช่นนั้นก็ไปกันได้แล้วกระมัง”
จากนั้นหันไปกล่าวกับผู้เฒ่าหวู “ให้ทุกคนเตรียมตัว”
ผู้เฒ่าหวูคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝัน รีบพยักหน้ารัวเร็ว “ขอรับขอรับ!” มันรีบรุดไปจัดเตรียมขบวนเดินทาง ในใจลอบคร่าครวญ โลกนี้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปแล้ว! ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกมันคล้ายยังต่อสู้กับผู้พิทักษ์สุสานหยินชนิดที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง วันนี้ไฉนกลับมาสนิทสนมกลมเกลียวกันเสียแล้ว
หลานปิงอ้าปากคิดกล่าววาจา แต่จู้หนานเยวี่ยที่ข้างกายลอบฉุดดึงนางไว้ บอกใบ้ว่าอย่าได้กระทำเรื่องโง่เขลา ต่อหน้าพลังอำนาจอันเบ็ดเสร็จเด็ดขาด อาศัยเพียงวาจาไหนเลยจะมีประสิทธิภาพเท่ากับหมัดเว้นเสียแต่ว่าจ้าวรัตติกาลไห่ซินปิงและเหล่ายอดยุทธ์วังน้าแข็งอยู่ที่นี่อย่างพร้อมหน้า ไม่เช่นนั้นกล่าวสิ่งใดออกไปก็ล้วนแล้วแต่ไร้คุณค่าความหมาย
ผีดิบเสื้อคลุมดำอดไม่ได้ให้ชื่