้เดียงสาและน่าขบขันถึงเพียงไหน!
ผู้พิทักษ์สุสานหยินกล้าแกร่งเกรียงไกรเกินไป!
ลำพังทวอปาอวี้กับทหารองครักษ์ห้าร้อยคน ก็เพียงพอจะบดขยี้เมืองหวูเกอจนราบเป็นหน้ากลอง
ท่ามกลางความแตกตื่นตะลึงลานของผู้คนทั้งหมด ทันใดนั้นแสงสีเขียวกลุ่มหนึ่งสว่างวาบขึ้นในสายตาของทุกคน
ชิงเสี่ยวดวงตาทอประกายตื่นเต้นเร้าใจ มันจ้องมองขบวนทัพที่กำลังเข่นฆ่าเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์โหมซัด หาได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อยไม่ตรงกันข้าม มันกลับรู้สึกโลหิตในกายแทบจะเดือดพล่าน จิตวิญญาณการต่อสู้พลุ่งพล่านทะยานฟ้า!
เมื่อครั้งกระโน้น ชิงเสี่ยวได้เป็นประจักษ์พยานในการต่อสู้ระหว่างพวกพี่ใหญ่ กับผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเทียนหวนด้วยสายตาตัวเอง
ศึกครั้งนั้นถือได้ว่าเป็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหมื่นปี ส่งผลกระทบต่อชิงเสี่ยวอย่างรุนแรง และคาดว่าจะตราตรึงอยู่ในใจมันจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หลังจากนั้นมันต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดเคียงข้างจั่วม่อ อยู่ในห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขต พลังฝีมือของชิงเสี่ยวรุดหน้าดุจก้าวกระโดด ทั้งการสั่งสอนโดยไม่ปิดบังซ่อนเร้นของจั่วม่อ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของความว่างเปล่าไร้ขอบเขต กลายเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการเคี่ยวกรำมัน
อย่างไรก็ตาม ในห้วงความว่างเปล่าไร้ขอบเขต ชิงเสี่ยวไม่มีผู้ใดที่เรียกได้ว่าเป็นคู่มือที่ทัดเทียมหรือคู่แข่งที่พอฟัดพอเหวี่ยงกัน ชิงเสี่ยวอยู่ในวัยเลือดระอุ ผนวกกับที่ข้