ดเจนที่สุด แต่เมื่อเทียบกับผู้อาวุสูงสุดแล้ว มันยังคงอ่อนด้อยกว่ามาก
นี่ก็คือโลกแห่งอักขระเทพ!
คนผู้นี้ นับเป็นปรมาจารย์แห่งอักขระเทพโดยแท้!
ทว่ายามนี้ย่อมไม่ใช่เวลาที่จั่วม่อจะมัวมาทอดถอนชมเชยศัตรู โลกแห่งอักขระเทพทำให้มันตระหนักถึงอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
อักขระเทพที่ไม่ห่างออกไปนักพลันเปล่งประกายวาบ ค่ายกลยันต์เจ็ดชุดที่อยู่ใกล้เคียงหมุนคว้างเข้ามา สาดแสงเจิดจ้าอย่างพร้อมเพรียง
ทันใดนั้น จากภายในแสงสีฟ้าของค่ายกลยันต์ ลูกศรน้าแข็งดอกหนึ่งยิงออกมาอย่างเร่งร้อน!
จั่วม่อสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ลูกศรน้าแข็งเมื่อยิงมาถึงตัว ก็ถูกเปลวเพลิงเทพสุริยันรอบกายจั่วม่อแผดเผาระเหยหายไป
ทว่าลูกศรน้าแข็งดอกนี้ คล้ายไปปลุกค่ายกลยันต์และอักขระเทพอื่นๆ ให้ตื่นขึ้นมาด้วย
วู้ม!
ลูกศรน้าแข็ง กระแสลม สายฟ้า ลำธารเปลวไฟ … ..
สารพัดการโจมตีโหมกระหน่าเข้าหาจั่วม่อจากทุกทิศทาง เสียงแหวกฝ่าอากาศดังกระหึ่ม เสียงแตกปะทุกึกก้อง ประกายไฟกระเซ็นซ่านรอบกายจั่วม่อ อาศัยเพียงการโจมตีที่พื้นเพธรรมดาเหล่านี้ เพลิงเทพสุริยันซึ่งแกร่งกร้าวอหังการถึงขั้นสุดยอด สามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
แต่จั่วม่อสีหน้าปราศจากความยินดีแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม มันยิ่งรู้สึกถึงสังหรณ์ร้ายเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
ทะเลอักขระทั้งผืนเริ่มหมุนคว้าง อักขระเทพและค่ายกลยันต์ทั้งมวลคล้ายลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกัน
ค่ายกลยันต์แต่ละขบวนรอบกายจั่วม่อเริ่มเปิดฉากโจมตี