าณการต่อสู้แลกชีวิตก่อนที่พวกมันจะตกตาย
ทุกกระบี่ของมันใช้ออกอย่างปลอดโปร่งตามใจปรารถนา แต่ล้วนทรงอานุภาพอย่างน่าตระหนก
กลิ่นคาวโลหิตยังแฝงเร้นไปด้วยพลังอันน่าพรั่นพรึง
เปรียบกับจั่วม่อที่ไม่รู้สึกตัว เหวยเสิ้งยังเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวยิ่งกว่า
ผู้อาวุโสสูงสุดเพิ่งจะถลันหลบขวานเทพสุริยันเล่มหนึ่ง ทันใดนั้นเจตจำนงกระบี่สามเล่มก่อเกิดเป็นธารโลหิตสามสาย เปล่งเสียงแหวกฝ่าอากาศ จู่โจมเข้าหามันจากสามทิศทางราวกับพญางูสีเลือดสามตัว
หากปล่อยให้หนึ่งในพวกมันกระทบถูกร่าง แม้ว่ามันจะมีอักขระเทพคุ้มกาย แต่เกรงว่าจะไม่ใช่รสชาติที่น่าลิ้มลองนัก
ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น คือมันจะสูญเสียโอกาสในการเป็นฝ่ายกำหนด
อักขระเทพเปล่งแสงวาบที่ใต้ฝ่าเท้า ผู้อาวุโสสูงสุดร่างหายวับไปกับตา
มันเพิ่งจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในตำแหน่งที่ห่างออกมาสามร้อยจั้งชั่วพริบตานั้นลำแสงที่ส่องลงมาจากดวงจันทร์ส่ายไหววูบหนึ่งแทบมองไม่เห็น แต่ผู้อาวุโสสูงสุดคล้ายสัมผัสรับรู้ถึงบางสิ่ง รีบหลบหลีกเป็นหนที่สองทันทีที่ร่างของมันหายวับไป คมมีดโค้งสายหนึ่งก็ฟันผ่านจุดที่มันยืนอยู่เมื่อครู่อย่างเร้นลับ
รอจนผู้อาวุโสสูงสุดปรากฏร่างขึ้นอีกครั้ง แทบจะชั่วพริบตาเดียวกันการโจมตีของอากุ่ยพลันปรากฏขึ้นด้านหลังของมันโดยไร้สุ้มเสียง
ผู้อาวุโสสูงสุดถูกบีบบังคับจนมีสภาพทุลักทุเลถึงเพียงนี้ ในใจบังเกิดไฟโทสะกลุ่มหนึ่งลุกฮือโหม มันแค่นเสียงอย่างเย็นชา อั