จั่วม่อหันกลับมามองหลีเซียนเอ๋อร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากเงียบงันไปชั่วอึดใจ ค่อยกล่าวออกมาประโยคหนึ่ง “อะแฮ่ม ที่แท้ลายมือข้าในครั้งนั้นก็อัปลักษณ์ถึงเพียงนี้!”
เพ้ย นี่ไม่ใช่คำอารัมภบทที่ดีเสียหน่อย กล่าวเช่นนี้มีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์ของเกอดูอ่อนปวกเปียกกว่าเดิม… …
จั่วม่อเยาะเย้ยตัวเอง แต่วาจาพอกล่าวออกมากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจไม่น้อย ความกระอักกระอ่วนในใจลดน้อยลงไปมาก
หลีเซียนเอ๋อร์ตัวแข็งทื่อในทันที นางเหม่อมองจั่วม่ออย่างเหลือเชื่อสีหน้าราวกับพบพานผีสางกลางวันแสก ๆ ก็มิปาน
“ครั้งนั้นเจ้าเคี่ยวกรำทรมานข้าสาหัสนัก อะแฮ่ม คราวนี้นับว่ากรรมสนองเจ้าโดยแท้ นึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่เจ้าตกอยู่ในกำมือของเหยียจริง ๆ วาฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า… …”
จั่วม่อพอสลัดความเก้อเขินกระอักกระอ่วนทิ้งไป มันก็กลายเป็นกระหยิ่มยิ้มย่อง ราวกับว่าเพิ่งประสบชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่เหนือหลีเซียนเอ๋อร์ ซ้ายังปั้นสีหน้าชั่วร้าย กวาดสายตามองเรือนร่างของนางขึ้น ๆ ลง ๆขู่ขวัญนางอย่างสำราญใจ ซึ่งความจริงในใจมันแทนที่จะรู้สึกเคียดแค้นชิงชังหลีเซียนเอ๋อร์ กลับรู้สึกอบอุ่นใจระคนหวนหาอาวรณ์อยู่บ้าง จะว่าไป
หากพวกมันประมาทเลินเล่อแม้เพียงเล็กน้อย อาจพ่ายแพ้ทั้งกระดานโดยไม่ทันได้รู้ตัว
หลังจากที่ทุกคนยินดีต่อความสำเร็จอยู่ครู่ใหญ่ จงเต๋อก็ขอตัวไปก่อนมันมีเรื่องราวมากมายให้ต้องกระทำ การตายของเจ้าสำนักซีเซวียนต้องมีคำอธิบายที่เหมาะสม