ุจเปลวไฟ!
หากว่า… …หากว่ามันอ่อนแอถึงเพียงนี้… …มันจะอาศัยอะไรมาปกป้องอากุ่ย… …อาศัยอะไรมาปกป้องทุกคน… …
คำถามเหล่านี้คล้ายดังกึกก้องอยู่ในใจมันไม่หยุดยั้ง
ภาพมากมายนับไม่ถ้วนไหลผ่านจิตใจอย่างเร็วรี่
ทุกที่ที่มือของนางลูบผ่าน ใบหน้าของเด็กหนุ่มนั้นก็ค่อย ๆแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันดูคล้ายดิ้นรนขัดขืนอยู่บ้าง แต่ก็สงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว
สีเทาเย็นเยียบและความว่างเปล่าครอบงำใบหน้าของเด็กสาวไปกว่าครึ่ง รอยแผลด่างดำอันน่าเกลียดน่ากลัวลุกลามจากบนหน้าผาก ลงมาถึงจมูกปากของนาง
ทันใดนั้นนางก้มตัวลง แนบใบหน้าครึ่งที่ยังงดงามเข้ากับใบหน้าของเด็กหนุ่ม พลางลูบไล้วงหน้านั้นอย่างนุ่มนวล
“อากุ่ยจะต้องติดตามหานายน้อยจนพบ อย่างแน่นอน!”
สุ้มเสียงเด็ดเดี่ยวของเด็กสาวดังกังวานไปทั่วทั้งถ้า หยาดน้าตาร่วงหล่นลงกระทบใบหน้าของเด็กหนุ่มที่สิ้นสติ
รอจนนางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง รอยแผลด่างดำอันน่าเกลียดน่ากลัวก็ปกคลุมใบหน้าของนางถึงสองในสามส่วน ดวงตาคู่งามแทบจะถูกความว่างเปล่าสีเทายึดครองไปอย่างสมบูรณ์
“พวกเราจะติดตามเหล่าป่าน… …”
“เหลวไหล ไม่ติดตามเหล่าป่านจะติดตามผู้ใด… …”
… …
“เรามีดินแดนใหญ่โตถึงเพียงนี้แล้ว สมควรต้องมีนามเรียกขาน”
“อ้อ เช่นนั้นตั้งชื่อตามเหล่าป่านเป็นอย่างไร?”
“ความคิดอันประเสริฐ! เช่นนั้นก็เป็นจั่วม่ออวิ๋นไห่
“สวรรค์ทรงโปรด ใช้หัวคิดสักหน่อยได้หรือไม่! นี่ยืดยาวเกินไปแล้วไม่มีช่องว่างให้คร