ุ่นคิดคำนึงแม้แต่น้อย!”
“เจ้าเก่งกล้าสามารถ ก็ลองบอกมาฟังดู!”
“อ้อ เช่นนั้นก็เรียกว่าม่ออวิ๋นไห่เถอะ!”
“มารดาเจ้าเถอะ เพียงตัดออกไปพยางค์เดียว ก็เรียกว่ามีช่องว่างให้ครุ่นคิดคำนึงแล้ว?”
… …
“มันเรียกว่าม่ออวิ๋นไห่!”
“เห็นด้วย!”
“เห็นด้วยอย่างยิ่ง!”
“วาวาวา นามอันประเสริฐ!”
“หากมันเป็นอสูรปิศาจจริง ๆ เล่า?”
“มิสู้ส่งมันออกไปเถอะ ดีกว่าที่จะให้ปล่อยมันตกอยู่ในมือของคุนหลุน เราเฝ้าดูมันเติบใหญ่ขึ้นมา… … แต่คำสั่งของคุนหลุน เราก็ไม่อาจต่อต้านได้ อา… …อนิจจา… …”
ช่างน่าชังนัก! อุบาทว์บัดซบ! เจ้าเดรัจฉาน!
กองเพลิงในอกจั่วม่อคล้ายลุกโชนมากขึ้นเรื่อย ๆ ร้อนแรงเสียจนมันรู้สึกราวกับถูกแผดเผา ในเวลานี้ มันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชังอย่างรุนแรง ความโกรธแค้นชิงชังที่มีต่อตัวมันเอง!
พลังเทพของมันไม่อาจเทียบได้กับสตรีนางนั้น!
ได้อย่างไร!
จะเป็นไปได้อย่างไร!
เสียงคำรามด้วยโทสะกึกก้องอยู่ในอกของจั่วม่อ เปลวไฟที่ลุกโหมอยู่ภายในใจทันใดนั้นระเบิดวาบ กลืนกินมันลงไปในบัดดล
สติสัมปชัญญะทั้งมวลกลายเป็นเถ้าถ่านในชั่วพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณ เหลือเพียงความไม่ยินยอมพร้อมใจ เหลือเพียงเพลิงโทสะ!
เปลวไฟนับไม่ถ้วนปะทุออกจากร่าง ครอบคลุมทั่วร่างกายของมันอย่างสมบูรณ์
เมล็ดผลึกสุริยันที่หลับใหลอยู่ภายในร่างของมัน ทันใดนั้นพลันตื่นขึ้นมา เริ่มหมุนช้า ๆ อย่างหนักแน่น เมล็ดผลึกสุริยันคล้ายรับรู้ถึงเพลิงโทสะของจั่วม