้แต่แวบเดียว ลอยตัวลงสู่พื้นอย่างช้า ๆ
ชั่วพริบตาที่สองเท้าของหลันสัมผัสพื้นดิน ลำแสงสีน้าเงินเหล่านั้นก็ห่อหุ้มทั่วร่างโครงกระดูก เริ่มจากสองเท้า มีบางสิ่งบางอย่างกลับ
ทั่วร่างสวมเกราะสงครามครบชุด ในมือถือร่มน้าแข็ง หลันดูราวกับก้าวออกมาจากภาพวาดโบราณผืนหนึ่ง
“หลังจากหลับใหลไปนานนับหมื่นปี เจ้าและข้าในที่สุดสามารถออกศึกเคียงข้างกันอีกครา”
สุ้มเสียงปนรำพึงรำพัน ดังแว่วออกมาจากเบื้องหลังหน้ากากสงคราม
เหล่ามนุษย์หมอกลิงโลดยินดีแทบคลุ้มคลั่ง มนุษย์หมอกที่สูงวัยอยู่บ้างถึงกับหลั่งน้าตานองหน้า ร่างที่อยู่เบื้องหน้านี้ ในหมู่พวกมันไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก! นี่คือร่างอันเป็นตำนานที่พวกมันสักการะบูชาอยู่ในวิหารเทพ คือตำนานเล่าขานที่บอกเล่าสืบต่อกันมาในชนเผ่ามนุษย์หมอกรุ่นแล้วรุ่นเล่าคือเทพีผู้พิทักษ์ในตำนานแห่งชนเผ่ามนุษย์หมอก คือยอดนักรบสัญลักษณ์ศึกผู้แกร่งกล้าเกรียงไกรที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนเผ่ามนุษย์หมอก!
ไม่มีผู้ใดทราบนามของนาง แต่มนุษย์หมอกไม่ว่ารุ่นใด ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักนาง
ปิงเย่าน้าตาสองสายทะลักลงจากเบ้า เทพเจ้าแห่งชนเผ่ามนุษย์หมอก ท่านไม่เคยทอดทิ้งชนเผ่าของท่านเลย!
ราวกับว่านางได้ยินเสียงร่าร้องในใจของปิงเย่า สุ้มเสียงสดใสเย็นชาดังกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกผู้คน ราวกับว่าดังมาจากยุคสมัยบรรพกาลอันห่างไกล
“ข้า หลัน สัญลักษณ์ศึกแห่งหมอก ผู้ได้รับการสักการะบูชาจากเผ่ามนุษย์หมอกทุกยุคทุ