กสมัย สาบานว่าตราบที่ร่างกายและดวงวิญญาณ
ม่ออวิ๋นไห่
กงซุนชาเดินออกจากค่ายกลเคลื่อนย้าย ก้าวไปยังเกาะเมฆที่ไม่มีอันใดโดดเด่นสะดุดตาแห่งหนึ่ง เกาะเมฆแห่งนี้มีขนาดเพียงสองร้อยหมู่ ในบรรดาเกาะเมฆมากมายของม่ออวิ๋นไห่ นับว่าเล็กจ้อยจนน่าเวทนา บนเกาะน้อยที่ปกคลุมไปด้วยพฤกษาใบหญ้าเขียวอชุ่มแห่งนี้ กระทั่งค่ายกลหรืออาคมหวงห้ามคุ้มกันเกาะสักชุดหนึ่งยังไม่มี
ซึ่งความจริงบนเกาะน้อยแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องมีอาคมหวงห้ามอันใดเนื่องเพราะผู้ที่พำนักอยู่ในที่แห่งนี้ คือสุดยอดฝีมือผู้ใช้พลังเทพอันดับต้นๆ แห่งยุค
?” เฒ่าชราผู้นั้นเพ่งมองกงซุนชาอย่างประหลาดใจ จากนั้นพลันตระหนัก “เจ้าเผชิญเรื่องยุ่งยากกระมัง
นับตั้งแต่มันพบเจออากุ่ยอีกครั้ง เฒ่าชราก็ตกลงใจรั้งอยู่ที่ม่ออวิ๋นไห่ด้วย มันชมชอบความสงบ ดังนั้นเสาะหาเกาะเมฆที่ไร้ผู้คนด้วยตัวเองนอกเหนือจากออกไปเยี่ยมเยือนอากุ่ยเป็นครั้งคราว มันก็แทบไม่เคยย่างเท้าออกจากเกาะน้อยมาก่อน
“ใช่แล้ว ผู้อาวุโส!” กงซุนชาไม่อ้อมค้อม กล่าวอย่างเร่งรีบ “ข้ามาครั้งนี้ เพื่อขอให้ผู้อาวุโสลงมือสักครา”
“เป็นผู้ใด?” ชายชราดวงตาเบิกกว้าง
“เทียนหวน!” กงซุนชาตอบ
ทั่วทั้งม่ออวิ๋นไห่เริ่มเคลื่อนไหวด้วยระดับความเร็วสูงสุด
นี่เป็นครั้งแรกที่ม่ออวิ๋นไห่ผนึกกำลังกับขุมกำลังฝ่ายอื่น คู่หูของพวกมันในครั้งนี้คือกองกำลังยอดฝีมือจากฝ่ายของกู่เหลียงเตาซึ่งนำโดยซวงอวี่
ซึ่งความจริง กงซุนชาเฝ้าครุ