่ฉงนงงงวย “ซีเซวียนแม้มีปัญหาไม่น้อย แต่ยังมีรากฐานอันเข้มแข็ง หากมีเวลามากพอ สมควรยังพอมีโอกาสอยู่บ้างกระมัง”
“ไม่มีโอกาสอีกแล้ว” จงเต๋อสั่นศีรษะ “ซีเซวียนเน่าเฟะจากแกนกลาง พวกมันเสื่อมทรุดมานานหลายสิบปี ไม่อาจเยียวยาได้อีก พวกมันไม่ได้ฝึกอบรมอัจฉริยะรุ่นหลังมาเป็นเวลานานแล้ว ข้าเพียรเสาะหาไปทั่วซีเซวียน กลับไม่มีผู้ที่ใช้การได้แม้แต่คนเดียว! คิดจะเติมเต็มช่องว่างหลายสิบปีหาใช่เรื่องง่ายดายไม่ หากว่านี่เป็นยุคสมัยแห่งสันติสุข ไม่มีคมมีดจากภายนอกคอยจ่อคุกคาม หากมีเวลาสิบปียี่สิบปี อาจยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง”
?” จั่วม่อถามอย่างสงสัยใคร่รู้ ซึ่งความจริงความคิดของจงเต๋อไม่แตกต่างจากที่พวกจั่วม่อคาดเดาเอาไว้มากนัก การฝึกอบรมศิษย์รุ่นเยาว์มิใช่สิ่งที่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ภายในปีสองปี หากไม่มีเวลาสิบปียี่สิบปี ไม่มีทางเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงได้การขาดแคลนอัจฉริยะบุรุษของซีเซวียน เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่พวกมันไม่ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมศิษย์รุ่นหลังมานานหลายสิบปี
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของจงเต๋อเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ“เทียนหวนยินดีปล่อยให้ซีเซวียนเติบโตกล้าแข็งจากใจจริงหรือ?
?
?
มีเพียงเจ้าสำนักเท่านั้น ที่สามารถออกปากช่วยเหลือให้พวกมันรอดพ้นจากความตายได้
จั่วม่อพอนึกทบทวนดูพลันรู้สึกเหนือความคาดหมาย ดาบสังหารของจงเต๋อที่หยุดลงในครั้งนั้น ที่แท้รั้งรออยู่ที่นี่อย่างเงียบเชียบ มันทราบว่าจงเ