งคงเน้นย้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ก่อนจะหมุนตัวจากไปโดยไม่ไว้หน้า
เจ้าสำนักซีเซวียนยืนตะลึงลานอยู่ตรงนั้นอีกเกือบครึ่งค่อนวัน
“ต้าเหริน ท่านไฉนไม่เห็นด้วย?”
จั่วม่อและอากุ่ยประสานสบตากันนิ่งนาน
ใบหน้าแข็งทื่อดุจท่อนไม้ของอากุ่ยค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอย่างฝืดฝืนอยู่บ้าง ดวงตาที่ปกคลุมด้วยม่านหมอกสีม่วงของนางคล้ายกลับกลายเป็นแจ่มใสขึ้นทีละน้อย ยามที่จั่วม่อเฝ้ามองดวงตาของอากุ่ยคืนสติอย่างช้า ๆภายใต้สายตาของมัน ความรู้สึกนั้นช่างวิเศษสุดจนไม่อาจบ่งบอกบรรยายออกมา!
ไม่ทราบเพราะเหตุใด ความรู้สึกอบอุ่นอย่างแรงกล้าเต็มตื้นอยู่ในหัวใจมัน จมูกคล้ายเจ็บแสบขึ้นมาทันที
?
จั่วม่อเหม่อมองอากุ่ยอย่างซึมเซา ปล่อยให้น้าตาสองสายทะลักลงจากเบ้า
“นายน้อย… …”
มือเรียวงามข้างหนึ่งยื่นออกมาลูบไล้ใบหน้าของมัน ปาดเช็ดน้าตาให้อย่างนุ่มนวล อากุ่ยดวงตาทอประกายสุกใสดุจดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุดเสียงพึมพำของนางราวกับเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในโลกหล้า
“นายน้อย อย่าได้ร่าไห้… …อากุ่ยจะปกป้องนายน้อยตลอดไป… …”
สุ้มเสียงดรุณียังเจือแววแหบกระด้างอยู่บ้าง เงอะงะงุ่มง่ามอยู่บ้างแต่เต็มไปด้วยหัวใจบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่ต่างจากดรุณีน้อยเมื่อครั้งกระโน้น
จั่วม่อแทบไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์หลากหลายที่ประดังขึ้นมา น้าตาบดบังภาพเบื้องหน้าจนพร่าเลือนไปหมด มันพยายามแย้มยิ้ม บังคับตัวเองให้ดูคล้ายว่ามันกำลังเบิกบานใจ มันใช้หลังมือปาดเช็ดน้าตาบนใ