บหน้าของตนอย่างลวก ๆ จ้องมองภาพหญิงสาวที่ในสายตาของมันยังคงพร่าเลือนเล็กน้อย พลางกล่าวเสียงดังฟังชัด “เหลวไหล! อย่าได้ดูแคลนนายน้อยของเจ้ามากเกินไป! คราครั้งนี้ถึงคราวที่นายน้อยจะปกป้องเจ้าบ้าง! ให้ข้าบอกต่อเจ้า นายน้อยในตอนนี้แข็งแกร่งมาก แข็งแกร่งถึงที่สุด!คุนหลุน เทียนหวน ไม่ว่าตัวบัดซบใดให้ไสศีรษะเข้ามาเถอะ ดูว่านายน้อยของเจ้าจะทุบตีพวกมันราวกับสุนัขข้างถนนอย่างไร!”
อากุ่ยจ้องมองจั่วม่ออย่างเงียบ ๆ ดวงตาเฉลียวฉลาดของนางทอแววนุ่มนวล แฝงเค้าเอียงอายอยู่บ้าง
สำหรับจั่วม่อ ไม่มีแรงกระตุ้นใดดีไปกว่าการที่อากุ่ยฟื้นคืนสติขึ้นมาจิตวิญญาณการต่อสู้พลันลุกโชนขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่าทั่วร่างเต็มไปด้วยกำลังวังชาอย่างล้นเหลือ หากหลินเชียนอยู่ตรงหน้ามันในยามนี้ มันจะคว้ากรงเล็บพิฆาตมังกร กู่คำรามให้ถึงชั้นฟ้า แล้วกระโจนเข้าทุบตีหลินเชียนให้เหมือนตีสุนัขข้างทางตัวหนึ่งทีเดียว
อากุ่ยเมื่อหลุดพ้นจากข้อจำกัดของทัณฑ์เทวะมิดับสูญ พลังฝีมือของนางก็บรรลุถึงระดับชั้นอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ
จั่วม่อสอบถามนางว่าหลุดพ้นจากการลงทัณฑ์ที่ชั่วร้ายที่สุดของทัณฑ์เทวะมิดับสูญได้อย่างไร อากุ่ยกลับมีสีหน้าสับสนงุนงง นานมากแล้ว
?
ค่ายกลยันต์บนท้องฟ้าเหนือวังจักรพรรดิต้องห้ามเลือนรางลงไปมากหลังจากต้านรับการโจมตีจากเบื้องนอกติดต่อกันถึงห้าวันเต็ม พวกมันนับว่าจ่ายค่าตอบแทนออกไปอย่างน่าตระหนก
อย่างไรก็