การพ่ายศึกหนึ่งครั้ง สถานการณ์ของพวกมันก็เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว
ไม่มีผู้ใดไม่ล่วงรู้ สหพันธ์จอมปิศาจเกรงว่าอาจต้องตกต่าลง จนกลายเป็นเพียงขุมกำลังชั้นรอง
ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมียอดแม่ทัพคนใหม่ปรากฏขึ้นในสหพันธ์จอมปิศาจ มิเช่นนั้นชะตากรรมของสหพันธ์จอมปิศาจก็ถูกกำหนดแน่ชัดแล้วอาศัยยอดแม่ทัพเพียงหนึ่งเดียวของพวกมัน สหพันธ์จอมปิศาจไม่อาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมของการสูญเสียดินแดนไปเรื่อยๆ ได้
หลายศึกที่ปะทุขึ้นในยามนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ผู้นำแห่งวิหารเทพปิศาจเฝ้ามองสถานการณ์เบื้องหน้า รู้สึกแรงกดดันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ วิหารเทพปิศาจเองก็มียอดแม่ทัพบัญชาการศึกอยู่สามคน นั่นคือผู้นำเทพปิศาจ เทพปิศาจลำดับสามโหยวซือหย่าเค่อและเทพปิศาจลำดับสี่ที่มาใหม่
ส่วนเทพปิศาจแรดและอูเล่อผู้รั้งลำดับสองและลำดับห้า พวกมันแม้สามารถนำทัพออกศึก แต่ฝีมือบัญชาการรบของพวกมันยังห่างชั้นกับยอดแม่ทัพที่แท้จริงอยู่มากโข
ม่ออวิ๋นไห่!
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าม่ออวิ๋นไห่จะกล้าแกร่งเกรียงไกรถึงเพียงนี้!
เปี๋ยหานเพียงลำพังผู้เดียวกลับสามารถจู่โจมสังหารสองยอดแม่ทัพในคราวเดียว เป็นที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงถึงเพียงไหน ยิ่งไปกว่านั้นวิหาร
เทพปิศาจเคยประมือกับจั่วม่อมาก่อน ยังคงมีความประทับใจต่อราชันแห่งม่ออวิ๋นไห่อย่างลึกล้า พวกมันนับว่าล่วงรู้นิสัยใจคอของจั่วม่อเป็นอย่างดี คนผู้นี้ไม่มีวันกระทำเรื่องราวที่ขาดทุน
กองพันบาปเครา