คุณค่า! ข้ามีคุณค่า!”
“อ้อ เช่นนั้นลองบอกมาฟังดู” จั่วม่อเห็นอีกฝ่ายตกหลุมพรางของมันแล้ว ในใจลอบหัวร่ออย่างสบอารมณ์ แต่ฉากหน้ายังคงแสดงทีท่าไร้ความรู้สึก
“ข้าจะมอบเคล็ดวิชาเทพสายหมอกของชนเผ่าหมอกวิญญาณให้แก่ท่าน” ทารกหมอกวิญญาณรีบกล่าวเร็วปรื๋อ
“เคล็ดวิชาเทพสายหมอกจั่วม่อทำเสียงดังอืมม์ จากนั้นถามว่า“เปรียบกับเคล็ดวิชาเทพสุริยันเป็นอย่างไร?”
ในใจมันลอบกระหยิ่มยิ้มย่อง เคล็ดวิชานี้หากมอบให้แก่เยี่ยหลิงสมควรเป็นประโยชน์ไม่น้อย
ทารกหมอกวิญญาณงงงันวูบ นิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะสั่นศีรษะ“เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบ”
“ดูเอาเถอะ เพียงแค่เคล็ดวิชาเทพสายหมอกอะไรนั่นก็คิดจะมาหลอกลวงเสี่ยวเหยีย เจ้าประเมินเสี่ยวเหยียต่าเกินไปแล้ว” จั่วม่อสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม
ทารกหมอกวิญญาณกัดฟันกล่าวว่า “ผู้ต่าต้อยยินดีรับใช้ต้าเหริน!”
จั่วม่อดวงตาเป็นประกาย
ทารกหมอกวิญญาณกล่าวสืบต่อ “คนทั้งสองนี้แม้สามารถยึดครองลัญจกรตาหมอก แต่ของสิ่งนี้เป็นผู้ต่าต้อยหลอมสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองแม้ว่าทั้งสองอาจสามารถใช้พลังบางส่วนของมันได้ แต่วิธีการย่อมผิดแผกแตกต่างออกไป ผู้น้อยกล้าเอาศีรษะเป็นประกันว่าพวกมันไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริงของลัญจกรตาหมอกได้”
สิ่งที่จั่วม่อรอคอยก็คือวาจาเหล่านี้เอง มันแสร้งทำเป็นครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า “เจ้าเมื่อกล่าวเช่นนี้ ข้าก็รู้สึกว่าพลังของลัญจกรตาหมอกนับว่าไม่เลวจริง ๆ แต่หากเจ้าหนีกลับลงไปยัง