ทะเลหมอกเล่า เสี่ยวเหยียไยมิใช่สูญเสียทั้งคนทั้งสมบัติ
คำ ‘สูญเสียทั้งคนทั้งสมบัติ’ ของเสี่ยวม่อเกอทำเอาทารกหมอกวิญญาณหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ มันรีบกล่าวพลางยื่นส่งม้วนบันทึกให้ “ผู้ต่าต้อยยินดีให้ต้าเหรินประทับรอยวิญญาณ หากต้าเหรินใช้เคล็ดวิชาเทพนี้จัดวางอาคมหวงห้ามไว้ที่ตัวข้า ผู้น้อยย่อมไม่มีหนทางหลบหนีไปได้”
จั่วม่อรับเคล็ดวิชาเทพจากทารกหมอกวิญญาณ กวาดตามองปราดอย่างรวดเร็ว จากนั้นหันไปมองทารกหมอกวิญญาณ สีหน้าคล้ายยิ้มไม่เชิงยิ้ม
ทารกหมอกวิญญาณถูกจั่วม่อจ้องมองด้วยสายตาประหลาด ต้องใจเต้นระทึกแทบกระดอนออกจากอก
“ผู้คนสมควรเห็นคุณค่าของชีวิต เจ้าในเมื่อยินดียอมจำนน คนมีเมตตาเช่นเสี่ยวเหยียย่อมต้องสนองตอบเจตนาฟ้า” จั่วม่อมองดูทารกหมอกวิญญาณอย่างยิ้มแย้ม “อย่างไรก็ตาม เคล็ดวิชานี้ของเจ้าซับซ้อนวุ่นวายเกินไป เสี่ยวเหยียจึงไม่ต้องการ แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่นของเสี่ยวเหยียง่ายดายกว่านั้นมาก”
ทารกหมอกวิญญาณพอฟังคำ ‘แสงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณมั่น’ ถึงกับตะลึงลานไป
“เป็นไร เจ้าไม่ยินดี?”
ทารกหมอกวิญญาณคิดร่าไห้ยังไร้น้าตา แต่มันเองก็ทราบดีว่าสถานการณ์ยามนี้ไม่มีที่ให้มันรีรอลังเล คนตัวเล็กที่เบื้องหน้ามันนี้เป็นจอมอำมหิตที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา
? มิหนำซ้าจู่เหรินคนใหม่นี้มียอดยุทธ์หลายคนอยู่ข้างกาย ทั้งฝึกปรือพลังเทพสุริยัน และถือครองสมบัติวิเศษในแดนดินดังเช่นเส้นชีพจรเขียว
บุคคลเช่นนี้ ต่อให้เป็นยุคส