กุ่ยและจั่วม่อรู้มือรู้ใจกันเป็นอย่างดี ‘วิญญาณมิดับสูญ’ พลันสำแดงฤทธิ์ขึ้นพร้อมกัน นางหายวับไปในบัดดล ชั่วพริบตาถัดมาก็ปรากฏกายขึ้นที่ด้านข้างยักษ์หมอก พลังหมอกสีเทาสายหนึ่งพวยพุ่งหายเข้าไปในร่างของยักษ์หมอก
ยักษ์หมอกพลันกู่คำรามสะเทือนฟ้า!
“เผ่าเทพสุริยัน! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ยักษ์หมอกโบกมือวูบ กลุ่มหมอกหนาขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมๆ ซัดเข้าหาจั่วม่อราวกับกระสุนปืนใหญ่
จั่วม่อถลึงตากลมกว้าง เร่งเร้าพลังเทพทั่วร่าง ขวานแสงในมือแทบกลายเป็นมีตัวตน อักขระเทพสุริยันเจิดจรัสปรากฏขึ้นบนใบขวาน ชั่วพริบตานี้ ร่างของจั่วม่อสาดส่องลำแสงเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์มหึมา
เผชิญหน้ากระสุนหมอกเท่าภูเขาที่พุ่งดิ่งเข้าหามัน จั่วม่อหาได้หวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อยไม่ มันราวกับวีรบุรษผู้กล้าจากยุคโบราณก้าวออกมาจากเทพตำนาน เหี้ยมหาญอหังการไร้ผู้ต้าน!
“ฆ่า!”
เสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดระเบิดออกมาจากท่ามกลางกระสุนกลุ่มหมอก
กลุ่มหมอกหนาแน่นที่แทบจะเป็นรูปเป็นร่าง ถูกคมขวานของจั่วม่อผ่าออกเป็นสองเสี่ยงอย่างง่ายดาย!
กลุ่มหมอกทั้งสองส่วนเริ่มลุกไหม้ ชั่วพริบตาก็เปลี่ยนเป็นดวงไฟมหึมาสองดวง
จั่วม่ออาศัยพลังสภาวะที่เหลือโถมดิ่งเข้าหายักษ์หมอกดุจดาวตกอันร้อนแรงดวงหนึ่ง ขวานเทพสุริยันในมือลากประกายเจิดจ้าเป็นทางยาวกรีดผ่านอากาศพร้อมสะเก็ดประกายนับไม่ถ้วนสาดกระเซ็นไปทั่วประกายอันสุกสว่างของขวานทำให้ดูคล้ายเพิ่งหยิบฉวยออกมาจากเตาหลอ