ซ่างอวี่เซิงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นลั่นโลก เกิดเป็นหลุมมหึมาราวกับปากปล่องภูเขาไฟอยู่บนพื้น
เปี๋ยหานพุ่งลิ่วลงไปยังหลุมยักษ์ราวกับเปลวเพลิงพิโรธสายหนึ่ง
รอจนร่างที่ร้อนแรงของเปี๋ยหานลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ในมือของมันหิ้วร่างของคนผู้หนึ่ง
เป็นซ่างอวี่เซิงที่ไร้ชีวิต สีหน้าก่อนตายของมันดูสุขสงบยิ่ง
ผู้คนทั่วหล้าที่อยู่อีกฟากหนึ่งของภาพมายาต่างไม่มีอารมณ์จะกล่าววาจา ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ กลับได้เห็นยอดแม่ทัพสองคนตกตายตามกันไป ต้องบังเกิดความสะท้านสะเทือนอย่างรุนแรง
เปี๋ยหานลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ เปลวเพลิงแดงฉานโอบล้อมอยู่รอบกาย แต่ดวงตาเย็นชาไม่ปรากฏระลอกแม้แต่น้อย
หลังจากแน่ใจว่าซ่างอวี่เซิงสิ้นชีพแล้ว มันกลับลงไปบนพื้นข้างหลุมยักษ์อีกครั้ง จากนั้นวางร่างของซ่างอวี่เซิงลงไปในหลุม โบกมือเบา ๆ ไปยังด้านข้างของหลุมยักษ์ พื้นปฐพีสองฟากข้างหลุมพลันแตกระเบิด ร่วงกราวดุจห่าฝน ฝังร่างของซ่างอวี่เซิงไว้ตราบชั่วนิรันดร์
หลังจากกระทำเรื่องราวเหล่านี้เสร็จสิ้น เปี๋ยหานลุกขึ้นยืนตรง มองไปยังสมรภูมิรบ
เห็นกองพันบาปเคราะห์ที่เหลือน้อยกว่าครึ่งยืนนิ่งอยู่กลางสนามรบ
เปี๋ยหานยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า ทันใดนั้นเปลวไฟนับไปถ้วนพวยพุ่งออกจากมือ หายเข้าไปในร่างของสมาชิกกองพันบาปเคราะห์ที่เสียชีวิตอยู่บนพื้น เพียงชั่วพริบตาเดียว ซากศพเหล่านั้นกลายเป็นเถ้าธุลี ทิ้งไว้เพียงไข่มุกสีแดงฉานอยู่ภายในเถ้าธุลีแต่ละกอ