ังจะกล้าคร่ากุมชนชาวปิศาจมาสร้างเป็นกองพันบาปเคราะห์ด้วย? นั่นเป็นข้อห้ามร้ายแรง หากเรื่องเปิดเผยออกมา จะนำมาซึ่งปัญหาไม่สิ้นสุด ม่ออวิ๋นไห่มีประชากรชาวปิศาจรวมอยู่ไม่น้อย พวกมันไม่อาจยอมรับเรื่องเช่นนี้ได้”
“ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น” หลินเชียนสั่นศีรษะ “ในความเข้าใจของข้าจั่วม่อไม่ใช่คนที่จะกระทำผิดพลาดร้ายแรงเช่นนี้ มันจะต้องมีวิธีการอื่นไม่ผิดแน่”
“วิธีการอื่น?” เสวียตงสีหน้าสนอกสนใจยิ่ง มันแม้มีฝีมือรบทัพจับศึกไร้ผู้ต้าน แต่สำหรับเรื่องเช่นนี้กลับไม่ค่อยล่วงรู้เรื่องรู้ราวนัก
“ข้าก็ไม่ทราบ” หลินเชียนสั่นศีรษะอย่างซื่อสัตย์ “แต่ข้าทราบว่าพวกมันจะต้องมีหนทางอย่างแน่นอน”
“หากนั่นเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นเปี๋ยหานก็น่ากลัวยิ่ง!” เสวียตงเพ่งมองเข้าไปในภาพมายา ดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ได้ชม
ดูการศึกระดับนี้นับเป็นที่สำราญใจไม่น้อย แต่หากมันได้เข้าร่วมในศึกนี้ด้วย ไม่ทราบจะสุขสราญสักเพียงใด?
การต่อสู้ของเปี๋ยหานกับซ่างอวี่เซิงบรรลุถึงจุดที่ดุเดือดร้อนแรงถึงที่สุด
พวกมันทั้งคู่คล้ายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยังคงรักษาจังหวะการจู่โจมอันบ้าคลั่งอยู่ตลอดเวลา พวกมันต่างฝ่ายต่างละทิ้งเล่ห์กลอุบายทั้งมวล แต่ละครั้งเพียงอาศัยกำลังเข้าปะทะกันอย่างไม่ออมรั้ง
พวกมันยังคงโหมจู่โจมเข้าหากันด้วยท่วงทำนองอันคลุ้มคลั่งเช่นนี้นานกว่าสองชั่วยามเต็ม!
ผู้คนแทบไม่อาจเห็นเงาร่างของพวกมันได้ชัดตา
เห็นเ