ว่า การพบปะครั้งนี้อาจเป็นโอกาสอันดีที่ยากจะพบพาน
บึม บึม บึม!
เสียงระเบิดสะเทือนโสตประสาทดังระรัวไม่หยุดยั้ง ลำแสงพร่างพรมไปทั่วฟ้าดุจลมคลุ้มฝนคลั่ง ส่องต้องใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของเปี๋ยหานจนดูสว่างโพลนขึ้นมา
กองทัพทั้งสองฝ่ายต่อสู้พัวพันเป็นกลุ่มก้อน เข้าสู่การรบพุ่งประจัญบานอย่างแท้จริง
การละทิ้งยุทธวิธี และบุกเข้าเข่นฆ่าอย่างซึ่งหน้าของเปี๋ยหาน นับว่าเหนือความคาดหมายของไห่จินอวิ๋นและซ่างอวี่เซิง พวกมันคาดไม่ถึงว่าเปี๋ยหานจะกล้าเปิดฉากบุกโจมตีอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งที่จำนวนไพร่พลตกเป็นรองฝ่ายพวกมันอยู่ไม่น้อย
แต่ทั้งสองมิใช่คนธรรมดาสามัญ การบุกโจมตีของเปี๋ยหานแม้เหนือความคาดหมาย แต่พวกมันก็ตอบโต้อย่างทันท่วงที
บุกทะลวงปะทะบุกทะลวง!
กองทัพของไห่จินอวิ๋นประดุจราชสีห์คำราม โผนเข้ารับหน้ากองพันบาปเคราะห์ที่พุ่งดิ่งเข้ามา ตรงเข้าปะทะหักหาญอย่างดุดัน กองทัพของซ่างอวี่เซิงรักษาระยะห่างจากไห่จินอวิ๋น มันประหนึ่งมีดสั้นคมกล้า หลบซ่อนอยู่ในเงามืด เฝ้ารอโอกาสจู่โจมปลิดชีพ!
สองทัพกระแทกปะทะอย่างหักโหม แสงประกายสาดกระเซ็นไปทั่ว!
“ฆ่า!” ไห่จินอวิ๋นพุ่งทะยานอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าสีทองอ่อนบิดเบี้ยวเกรี้ยวกราด มันเปล่งแสงสีทองอำไพราวกับดวงอาทิตย์ ซึ่งผู้คนไม่อาจจ้องมองตรง ๆ ในสมรภูมิรบนับมันโดดเด่นสะดุดตาที่สุด
มันไม่หวาดหวั่นพรั่นพรึง ในมือขวางดาบสีดำขนาดมหึมาไว้ด้านหน้าพาหนะปิศาจที่มันขับขี่กู่คำ