รามอย่างเกรี้ยวกราด ไห่จินอวิ๋นยามนี้ประดุจเทพสงครามเข่นฆ่าเข้าหาศัตรูคู่อริ
เหล่าองครักษ์ยอดฝีมือตามติดอย่างกระชั้นชิด ป้องกันไม่ให้ไห่จินอวิ๋นตกหลุมพรางข้าศึก ไห่จินอวิ๋นไม่วอกแวกวุ่นวาย พาหนะปิศาจที่ควบขี่พลันเผ่นโผนไปเบื้องหน้า ดาบดำเล่มมหึมาในมือสาดประกายสีทองเจิดจรัส ตวัดฟันลงอย่างดุดัน!
ปราณดาบสีทองยาวหลายสิบจั้งแผ่ซ่านกลิ่นอายทำลายล้าง ฟาดฟันมาข้างหน้าโดยไร้ผู้ต้านติด!
พลังงานสีทองกะพริบวาบ ๆ สะท้อนบนใบหน้าของเหล่าไพร่พลกองพันบาปเคราะห์ บัดเดี๋ยวมืดมัว บัดเดี๋ยวสว่างวาว แต่พวกมันยังคงมีสีหน้าเย็นชา ไม่มีร่องรอยสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ราวกับว่ามองไม่เห็นปราณดาบอันน่าตระหนกนี้ก็มิปาน
ดวงตาสีขาวเทาไร้ซึ่งกลิ่นอายของชีวิต ใบหน้าเย็นชาปราศจากอารมณ์ความรู้สึก พวกมันคล้ายมาจากโลกอื่น
ชั่วพริบตาที่ปราณดาบจะฟาดฟันใส่ร่างของพวกมัน ยุทโธปกรณ์เทพของไพร่พลกองพันบาปเคราะห์พลันสว่างวาบด้วยอักขระแสงชุดหนึ่งรอยอักขระแสงเหล่านี้ดูคล้ายกับลวดลายยันต์ ทำให้ใบหน้าปราศจากอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกกองพันบาปเคราะห์ปรากฏร่องรอยเจ็บปวดขึ้น
พวกมันดูคล้ายกำลังอดทนต่อความเจ็บปวด ทว่าสิ่งที่ย้อนแย้งกับความเจ็บปวดบนใบหน้า คือดวงตาสีเทาขาวอันไร้ชีวิตจิตใจของพวกมันพลันกลับกลายเป็นกระจ่างสดใสราวกับดวงตาของทารก
พวกมันราวกับว่าเป็นครั้งแรกที่ลืมตาขึ้นมาดูโลก
เผชิญหน้ากับปราณดาบอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ ไพร่พลกองพันบา