กระบวนทัพแน่นขนัดประดุจหมู่เมฆดำอันเงียบเชียบ กดทับมาข้างหน้าอย่างหนักหน่วงดุดัน นี่เป็นครั้งแรกที่ไห่จินอวิ๋นและซ่างอวี่เซิงได้ชมดูกองทัพนามกระเดื่องนี้ด้วยสายตาตัวเอง พวกมันถึงกับนิ่งเงียบไปกองทัพที่เบื้องหน้าพวกมันไม่ต่างจากฝูงเครื่องจักรสังหารที่ไร้ชีวิตจิตใจขบวนหนึ่ง ในความเงียบสงัดแห่งความตาย เปี่ยมล้นไปด้วยกลิ่นอายฆ่าฟันที่ไม่อาจบ่งบอกบรรยาย
“ยอดแม่ทัพในทำเนียบ ช่างสมดังคำร่าลือโดยแท้!” ไห่จินอวิ๋นอดโห่ร้องชมเชยไม่ได้ จิตใจถึงกับสั่นสะท้าน กองพันบาปเคราะห์ นี่ก็คือกองพันบาปเคราะห์ในตำนาน หนึ่งในสองกองทัพไร้พ่ายแห่งม่ออวิ๋นไห่ กองทัพระบือนามอันเป็นมรดกตกทอดจากวัดเสวียนคงที่ล่มสลายไปแล้ว ผู้ใดจะคาดคิด เจียงเจ๋อซึ่งเปล่งประกายเจิดจรัสในเวทีช่วงชิงแผ่นดิน ผู้ซึ่งเคยสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ใต้หล้ากลับต้องฝังร่างกับพสุธา แต่เปี๋ยหานผู้เป็นที่หวาดระแวงจนถูกสะกดข่มเอาไว้ กลับทะยานขึ้นเป็นหนึ่งในยอดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรที่สุดในแดนซิวเจ่อ
จากในขบวนทัพ ไม่มีสัญญาณชีวิตที่พอจะมองเห็นได้ มีแต่ความถี่ถ้วนพิถีพิถันจนแทบจะเป็นเครื่องกลไก แสดงออกมาผ่านทุกรายละเอียดในกระบวนทัพ ลวดลายยันต์อันน่าขนพองสยองเกล้าบนใบหน้าของเหล่า
ซ่างอวี่เซิงสีหน้าเคร่งเครียดจริงจังถึงขีดสุด มันรู้สึกถึงแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจากเปี๋ยหาน
แต่ในใจมันคล้ายมีเพลิงลุกโหม สุ้มเสียงยังคงเนิบช้าเหมือนเช่นปกติทว