ถือดีอยู่บ้าง อันดับแรกเราต้องทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดี อย่าได้เป็นเครื่องถ่วงเปี๋ยหานต้าเหรินไป”
เนิ่นนานให้หลัง เยี่ยหลิงค่อยสูดลมหายใจลึก ๆ คราหนึ่ง “เสียสติไปแล้ว! นี่เสียสติชัด ๆ!”
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สือตงจะได้เห็นเยี่ยหลิงเสียกิริยาถึงเพียงนี้ ต้องอดแย้มยิ้มวูบหนึ่งไม่ได้ ก่อนที่จะกลับสู่ความสงบเยือกเย็นตามปกติ “ไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลเรื่องของเปี๋ยหานต้าเหริน ก่อนอื่นลองมาช่วยกันคิดหาวิธีทำหน้าที่ของเราให้สำเร็จจะดีกว่า ม้าฝานเมื่อสำแดงฝีมืออย่างหมดจดงดงามถึงเพียงนี้ หากเราไม่มีปัญญาทำหน้าที่ให้สำเร็จเสร็จสิ้น เมื่อกลับไปเกรงว่าต้องถูกหัวร่อเยาะแล้ว”
เยี่ยหลิงพอฟังต้องพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึมจริงจัง “องค์ราชาจงเจริญ! เราจะรบเพื่อราชาของเราอย่างสุดความสามารถ! อา ที่สำคัญเราไม่อาจตกเป็นที่หัวร่อเยาะของผู้อื่นได้ เหลยเผิงกับเหนียนลู่ปากคอเหลือรับประทานจริง ๆ …ท่านคิดว่าเราสมควรทำศึกอย่างไร?”
“ข้ามีแผน” สือตงดวงตาสาดประกายเย็นเยียบ
“ความคิดของเปี๋ยหานต้าเหรินเสี่ยงอันตรายเกินไปแล้ว!” ถังเฟยขมวดคิ้วนิ่วหน้า เมื่อคำสั่งใหม่ของเปี๋ยหานต้าเหรินส่งมาถึงมือนาง จิต
“เว้นเสียแต่ว่าต้าเหรินจะมีจุดประสงค์ที่ใหญ่โตกว่านั้น!” ถังเฟยช่วยจบประโยค จากนั้นกล่าวด้วยน้าเสียงไม่แน่ใจ “แล้วจุดประสงค์อะไรกันเล่า เป็นจุดประสงค์อันใดจึงจะใหญ่โตกว่านี้
เหมียวจุนขมวดคิ้ว จมอยู่ในห้วงความคิดอันลึกล้