คลื่นเจตจำนงกระบี่สีเขียวกับขวานเทพสุริยันปะทะชนอย่างหักโหมปราศจากลวดลายอันใด ต่างฝ่ายต่างสำแดงพลังอันเกรี้ยวกราดออกมาถึงขีดสุด
บึม!
แรงระเบิดอันน่าสะพรึงกลัวกวาดวาบไปทุกทิศทาง ประกายแสงเจิดจรัสดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน สาดส่องไปทั่วทั้งแผ่นฟ้าและท้องทะเล
รอจนแสงจ้าจางหายไป เงาร่างอันยิ่งใหญ่ของจั่วม่อปรากฎแก่สายตาผู้คน ในมือขวาถือขวานแสงสีทองเล่มหนึ่ง แผ่ซ่านพลังกดดันอันรุนแรงจนแทบมีรูปร่างแท้จริง กวาดสายตามองไปทั่วสมรภูมิต่อสู้อย่างแช่มช้า
ในมือข้างซ้ายหิ้วร่างอันแน่นิ่งของเซียวหรูเจี้ยน ยอดยุทธ์อัจฉริยะแห่งคุนหลุนปราศจากลมหายใจ ชีวิตอันเรืองรองของมันดับสิ้นลงในที่นี้
ประกายแสงในดวงตาของจั่วม่อค่อย ๆ จางหายไป ขวานแสงสีทองในมืออันตรธานไปพร้อมกัน พลังสภาวะแห่งจอมอหังการก็เลือนหายไปด้วย จั่วม่อกลับคืนสู่ท่วงท่าสภาวะธรรมดาสามัญอีกครั้ง มันทอดถอนใจเบา ๆ พลางสั่นศีรษะ ‘ขวานเทพสุริยัน’ ยังคงเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับมันไม่ง่ายดายเหมือนการใช้กระบวนท่า ‘หนามเทพสุริยัน’
สำหรับ ‘หนามเทพสุริยัน’ มันสามารถจำแลงรูปลักษณ์จนถึงขั้นที่ดูคล้ายสลักเสลาด้วยลวดลายค่ายกลยันต์ แต่กับ ‘ขวานเทพสุริยัน’ ได้แต่สำแดงกรอบโครงขั้นพื้นฐานเท่านั้น กระทั่งรูปร่างขวานที่สมบูรณ์ยังคงขาดพร่องอีกหลายส่วน ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงลวดลายยันต์รูปดวงอาทิตย์แล้ว
เทพวิชาแห่งยุคบรรพกาลนั้นเรียบง่ายรวบรัด ยิ่งเทพวิชาฝึกปรือได้สมบูรณ์