มคิดเดียว… เคราะห์ดีที่ตอนนั้นมันไม่ได้ต่อสู้ขัดขืนมากไปกว่านั้น!
เหลาเต๋อกวงยังลอบกวาดตาสำรวจไปทั่วกองเรืออย่างระมัดระวังมันพบว่าบรรดาผู้คนที่ไม่ได้ลงมือล้วนมีสีหน้าสงบเยือกเย็น ทั้งยังสงบเยือกเย็นตั้งแต่ต้นจนจบการต่อสู้ ใบหน้าของพวกมันไม่ได้เปลี่ยนสีแม้แต่แวบเดียว
คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดยุทธ์ชั้นสูง เมื่อนึกถึงสีหน้าภาคภูมิใจที่มันแสดงออกมายามเมื่อได้ยินสมญานามของตน เหลาเต๋อกวงรู้สึกอับอายขายหน้ายิ่ง
ในบรรดาผู้ที่ลงมือ ไม่ว่าผู้ใดก็เพียงพอที่จะสะท้านทั่วดินแดนเก้ามหานิกายพุทธ ยามนี้ถึงกับปรากฏขึ้นกลุ่มใหญ่ มันไม่ทราบจะบ่งบอกบรรยายถึงคนกลุ่มนี้อย่างไรดี … …แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ความคิดหาโอกาสหลบหนีของมันสลายวับไปทันที อาศัยพลังฝีมือแมวสองขาของมันเหลาเต๋อกวงไม่คิดว่ามันจะมีปัญญาหลบหนีจากตัวประหลาดกลุ่มนี้ได้พ้น
อนิจจา… … มันไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลยด้วยซ้า ว่าจะมีวันที่มันต้องยอมรับว่าพลังฝีมือของมันไม่ต่างจากวิชาแมวสองขา… …
เหลาเต๋อกวงน้าตาตกในเงียบ ๆ มันยังต้องใคร่ครวญถึงปัญหาสำคัญกว่านั้น … เมื่อตกอยู่ในกำมือของตัวประหลาดเหล่านี้ มันยังจะสามารถรักษาชีวิตน้อย ๆ ของมันไว้ได้อย่างไร?
ผู้ที่สามารถถูกขนานนามว่า ‘หัตถ์ภูตไร้เงา’ แม้พลังฝีมืออาจไม่เข้มแข็งพอ แต่ด้านไหวพริบปฏิภาณยังคงไม่ขาดตกบกพร่อง
คนเหล่านี้ใช่มาเพื่อซากโบราณสถานตั้งแต่แรกหรือไม่?
ความคิดนี้พอผุดขึ้น เหล่าเต๋อกวงก็คว้าจับเอาไว