เชลยลึกลับในใจแตกตื่นลนลาน แต่แล้วพลันตระหนักถึงสภาพการณ์ของตนอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่ห้อมล้อมอยู่โดยรอบล้วนมีสีหน้าไม่เป็นมิตรกลิ่นอายฆ่าฟันแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง ขู่ขวัญมันจนร่างสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว จากคนเหล่านี้นึกโยงไปถึงยอดยุทธ์อันน่ากลัวที่มันประมือด้วยก่อนที่จะสิ้นสติไป ยามนี้ทราบแน่แก่ใจว่ามันถูกจับตัวเอาแล้ว
“ข้าเรียกว่าเหลาเต๋อกวง”
จั่วม่อกับพวกทั้งหลายหันไปมองหน้ากัน ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินนามนี้มาก่อน
“อย่าได้สุ่มบอกชื่อส่ง ๆ มาหลอกลวงคน ผู้ที่มีฝีมือเช่นเจ้า ไหนเลยไร้ชื่อเสียงเรียงนามได้?” จั่วม่อมองดูเหลาเต๋อกวง สีหน้าคล้ายยิ้มไม่เชิงยิ้ม
เหลาเต๋อกวงทราบว่าวันนี้ไม่มีโอกาสพลิกฟื้นอีก ได้แต่สารภาพอย่างรู้งาน “ผู้อื่นเรียกข้าว่าหัตถ์ภูตไร้เงา”
“หัตถ์ภูตไร้เงา!” พ่อบ้านที่อยู่ข้าง ๆ จั่วม่อเบิกตากลมกว้าง หน้าเปลี่ยนสี ร้องโพล่งออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นจั่วม่อหันมามอง จึงรีบอธิบาย“หัตถ์ภูตไร้เงาเป็นจอมโจรนามกระเดื่องในละแวกดินแดนเก้ามหานิกายพุทธ ว่ากันว่ามันลงมือครั้งใดไม่เคยผิดพลาดมาก่อน เก้ามหานิกายพุทธ
ตั้งค่าหัวของมันไว้สูงลิ่ว แต่ไม่มีผู้ใดสามารถจับตัวมันได้ คราวนี้เราจับได้ปลาตัวโตแล้ว!”
เหลาเต๋อกวงรับฟังคำบรรยายของพ่อบ้านอย่างเคลิบเคลิ้ม สีหน้าทอแววภาคภูมิลำพอง
จั่วม่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย ต้องแย้มยิ้มจาง ๆ “อ้อ? ข้าช่างมีตาแต่ไร้แววจริง ๆ ที่แท้เจ้าเป็นคนมีชื่อเสียงถึงเพียงน