ี้!”
เหลาเต๋อกวงสีหน้างงงัน แต่พอนึกถึงว่าตนเองถูกจับเป็นเชลย เค้าภาคภูมิลำพองบนใบหน้าก็หายวับไปทันที
“สิ่งนี้คืออะไร?” จั่วม่อนำเศษห่วงสัมฤทธิ์ที่วนกลับมาถึงมือมันแล้วออกมาโบกตรงหน้าอีกฝ่าย “อย่าได้คิดหลอกลวงพวกเรา วัดสำเนียงวัชระดูเหมือนกำลังค้นหาของสิ่งนี้กระมัง หากพวกเรามอบเจ้าทั้งคนทั้งสิ่งของให้แก่พวกมัน นอกจากเงินรางวัลค่าหัวแล้ว ด้วยความมือเติบของวัดสำเนียงวัชระ ไม่แน่ว่าจะได้รับผลประโยชน์อื่นมากกว่านี้”
เหลาเต๋อกวงสีหน้าตึงเครียด ครุ่นคิดว่าหากตกอยู่ในมือของวัดสำเนียงวัชระ ชะตากรรมของมันคงต้องเลวร้ายยิ่งกว่าตกตายแล้ว สายตาไม่เป็นมิตรของคนเหล่านี้ทั้งเหี้ยมเกรียม ทั้งช่าชองเจนจัด มองปราดเดียวก็ทราบว่ามิใช่ตัวโง่งมที่จะหลอกลวงได้โดยง่าย มันรีบสลัดความคิดแผนการอื่นทิ้งไปทันที ตอบตามจริงอย่างว่าง่าย “มิผิด วัดสำเนียงวัชระกำลังค้นหาของสิ่งนี้จริง ๆ … มันคือตราสัญลักษณ์ของซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง!”
“ตราสัญลักษณ์ของซากโบราณสถาน?” จั่วม่อหรี่ตา ทุกคนที่คุ้นเคยกับมันจะทราบว่านี่เป็นสีหน้าในยามที่มันเกิดความสนใจขึ้นมา
จะอย่างไรก็สารภาพไปแล้ว เหลาเต๋อกวงตกลงใจสารภาพให้ถึงที่สุด“ถูกแล้ว! เมื่อไม่นานมานี้ มีการค้นพบซากโบราณสถานแห่งหนึ่งในดินแดนของเก้ามหานิกายพุทธ แต่ซากโบราณแห่งนั้นปกคลุมไปด้วยสนามพลังประหลาดชนิดหนึ่ง หากไม่มีตราสัญลักษณ์ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเข้าไปได้ ว่ากันว่าตราสัญลักษณ์