ยนเพ่ยก็ไม่นับเป็นอะไรได้
ทุกผู้คนล้วนเชื่อว่าหากไห่จินอวิ๋นผนึกกำลังกับซ่างอวี่เซิง ต้องสามารถต่อสู้พัวพันเปี๋ยหานไว้ในวงล้อม จากนั้นก็รอให้เปี๋ยหานต่อสู้จนเหน็ดเหนื่อยสิ้นเรี่ยวแรง สุดท้ายต้องทิ้งชีวิตไว้ในสมรภูมิ!
การที่เปี๋ยหานหลังจากทำลายล้างกองทัพเฉวียนเพ่ยก็หายสาบสูญไปทันที ไม่ได้ทำให้พวกมันวิตกกังวลแต่อย่างใด แทบทุกคนคาดคิดว่าหลังจากที่เปี๋ยหานเปิดฉากจู่โจม มันจะต้องบุกจู่โจมกองทัพของสหพันธ์จอมปิศาจไปทีละขบวน แต่การผนึกกำลังของสองยอดแม่ทัพ จะช่วยให้สหพันธ์จอมปิศาจช่วงชิงเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้เป็นครั้งแรก พวกมันสามารถบีบบังคับให้เปี๋ยหานต่อสู้กับพวกมัน
ไห่จินอวิ๋นขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์วู่วามปานเปลวเพลิง แต่ยามนี้มันไม่รู้สึกร้อนรนแม้แต่น้อย ซ่างอวี่เซิงสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง กำลังรับประทานอาหารเลิศรสอย่างสุภาพเรียบร้อยอยู่เบื้องหน้ามัน ซ่างอวี่เซิงผู้นี้ผิวพรรณขาวซีด ว่ากันว่านี่เป็นสาเหตุ ในตอนที่มันอยู่ในกองทัพปิศาจที่เทิดทูนรูปลักษณ์อันองอาจห้าวหาญ มันมักจะถูกผู้คนหัวร่อเย้ยหยันอยู่เป็นประจำ ถูกเรียกหาเป็นเด็กหน้าขาว มันยามกล่าววาจายังเนิบนาบเชื่องช้าอยู่บ้าง นี่อาจจะสืบเนื่องมาจากอาการพูดจาติดขัดในวัยเด็กของมัน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มันถูกผู้คนเหยียดหยามดูแคลน
แต่บัดนี้ไม่มีผู้ใดกล้าหัวร่อเยาะมันอีก
แตกต่างจากไห่จินอวิ๋นผู้ดุเดือดปานเปลวเพลิง ซ่างอวี่เซิงมีบุคลิกเช