ื่องช้านุ่มนวล ไม่ว่ากระทำสิ่งใดล้วนเป็นระเบียบเรียบร้อย สีหน้าท่าทีราวกับว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมามันก็ไม่แยแสสนใจ
ด้วยเหตุนี้เอง ไห่จินอวิ๋นพอพบหน้าซ่างอวี่ซวงก็ปราศจากท่าทีดุเดือดวู่วามอีก เนื่องเพราะไม่ว่ามันจะอาละวาดฟาดงวงฟาดงาสักเท่าใดซ่างอวี่เซิงก็เพียงแค่แย้มยิ้ม จากนั้นกล่าววาจาสองสามคำเป็นระยะ
ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันดี พวกมันทั้งคู่แตกต่างจากซือกงจื้อผู้เป็นบุตรชายของตี๋ไสว้ ก่อนหน้าที่ยุคสมัยของพลังเทพจะปรากฏขึ้น พวกมันเป็นเพียงบุคคลไร้ชื่อเสียงเรียงนามที่ไม่มีผู้ใดเห็นหัว ด้วยภูมิหลังและประสบการณ์ชีวิตที่คล้ายคลึงกัน ทำให้พวกมันกลับกลายเป็นสหายสนิท
“ข้าจึงไม่เชื่อว่าเปี๋ยหานจะมองไม่เห็นจุดอ่อนของตัวเอง” ไห่จินอวิ๋นกล่าวเสียงหนักอึ้ง ใบหน้าสีทองอ่อนเคร่งเครียดเล็กน้อย” มันจะต้องมีแผนการอื่นอย่างแน่นอน ยอดแม่ทัพเยี่ยงมันไม่ใช่ผู้ที่จะทำผิดพลาดในเรื่องเช่นนี้”
แม้ว่าพวกมันจะช่วงชิงเป็นฝ่ายกำหนด แต่สองสหายไม่ได้ตื่นเต้นฮึกเหิมเหมือนเช่นคนระดับสูงเหล่านั้น คู่มือของพวกมันหาใช่แม่ทัพบัญชาการศึกธรรมดาสามัญไม่ พวกมันเป็นผู้ที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันของเปี๋ยหานโดยตรง ย่อมต้องรอบคอบระมัดระวังกว่าผู้ใด
ซ่างอวี่เซิงยามนี้ค่อยรับประทานเสร็จสิ้น มันใช้ผ้าเช็ดมุมปาก ก่อนจะกล่าวว่า “แน่นอนว่ามันไม่มีทางกระทำผิดพลาดเช่นนี้”
“เช่นนั้นมันมีจิตเจตนาใดกันแน่ไห่จินอวิ๋นถามเสียงลึก
“ข้าไม่รู้” ซ