่างอวี่เซิงทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับปลาทองพ่นฟองน้าลาย “บางทีมันอาจจะมุ่งตรงไปที่ศูนย์กลาง หรือมันอาจจะพยายามก่อกวนสร้างความสับสน ผู้ใดจะทราบได้?”
ไห่จินอวิ๋นถลึงตาใส่ กล่าวเสียงดังกว่าเดิม “เจ้าจะจริงจังสักหน่อยไม่ได้หรือไร?”
“ข้าก็กำลังจริงจังมาก” ซ่างอวี่เซิงลากเสียงเนิบช้าจนไห่จินอวิ๋นแทบจะคลั่งใจตาย มันช้าเสียจนคล้าบกับว่าทุกคำล้วนต้องขบคิดใคร่ครวญมาก่อน “แต่จริงจังไปจะมีประโยชน์ใด มันคือเปี๋ยหาน หากเราพยายามคาดเดาความคิดของมัน เราก็จะพ่ายแพ้อย่างแน่นอน”
สีหน้าโกรธขึ้งของไห่จินอวิ๋นสลายวับไปทันที พวกมันทั้งคู่สนิทสนมคุ้นเคย พลันเข้าใจความหมายในวาจาของซ่างอวี่เซิง “เจ้าหมายความว่าเราจะใช้การไม่เปลี่ยนแปลง รับมือกับสารพันเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นรึ?”
“ถูกต้อง” ซ่างอวี่เซิงพยักหน้ารับ จากนั้นหยุดไปชั่วครู่ ดวงตาทอประกายกลอกกลิ้ง แล้วค่อยกล่าวเสียงเนิบช้า “อย่างไรก็ตาม เราสามารถหยั่งเชิงมันดูเสียหน่อย”
“ทำอย่างไร?”
ไห่จินอวิ๋นตอบสนองทันที รอยยิ้มสยายกว้างบนใบหน้า “มิผิด! เปี๋ยหานไหนเลยจะไม่ทราบถึงอันตรายหากเส้นทางถอยถูกตัดขาดได้?
?”