“ให้พวกมันตรวจค้นดู” จั่วม่อกล่าวห้วน ๆ อย่างใจป้า
ประการแรก จุดมุ่งหมายของศิษย์วัดสำเนียงวัชระเหล่านี้คืออะไรมันชักสงสัยใคร่รู้อยู่ไม่น้อย พวกมันถูกจับตามองมาตั้งแต่แรก นี่ดูอย่างไรก็หาใช่เรื่องบังเอิญไม่ อีกประการหนึ่งจั่วม่อยังอยากรู้ด้วยว่าการปลอมแปลงโฉมของพวกมันจะสามารถผ่านด่านหรือไม่ หากกระทั่งเหล่าศิษย์วัดสำเนียงวัชระเหล่านี้ยังไม่อาจตบตาได้ หากแบกหน้าไปให้ถูกนิกายซินเยี่ยจับได้ในภายหลัง เกรงว่าต้องอับอายขายหน้าเสียเปล่า ๆ
เสี่ยวม่อเกอก็จำเป็นต้องรักษาหน้าไว้บ้าง คราครั้งนี้เมื่อตกลงใจลอบใช้เล่ห์กลดำเนินอุบาย ย่อมไม่อาจเผยข้อผิดพลาดใด
พวกมันสวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาสามัญ ไม่เลิศหรูโอ่อ่าเกินเลยนอกเหนือจากจั่วม่อซึ่งรับบทบาทผู้นำขบวนพ่อค้าที่แต่งกายดีกว่าทุกคนอยู่บ้าง ผู้อื่นล้วนแต่งกายพื้นเพธรรมดา ไม่ว่าศาสตราเทพ ยุทโธปกรณ์เทพ รวมทั้งสิ่งของอื่น ล้วนถูกเก็บไว้ในแหวนมิติพิเศษของพวกมัน และ
ศิษย์ที่เป็นผู้นำคล้ายคิดไม่ถึงว่าพวกมันจะไม่พบสิ่งใดเลย มันลังเลอยู่ชั่วครู่ จากนั้นกล่าวราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “ขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่รบกวนเวลาของพวกท่าน ตอนนี้พวกท่านสามารถไปได้แล้ว”
ขณะที่พ่อบ้านของขบวนคาราวานกำลังจะกล่าวขอบคุณตามมารยาทแล้วจากไป จั่วม่อพลันเอ่ยปาก “พวกท่านกำลังมองหาบางสิ่งกระมัง?”
ศิษย์ที่เป็นผู้นำงงงันวูบ มันเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เตรียมตัวสำหรับคำถามนี้ อาจบางทีมันคิดไม่ถึงว