บไป!” เขิงเหลียนเอ๋อร์สีหน้าเย็นยะเยียบ ช่วงเวลาดื่มชายามบ่ายของนางถูกขัดจังหวะ ดังนั้นอารมณ์ไม่สู้ดีอยู่แล้ว เห็นจันทร์เสี้ยวหลายสิบสายหมุนคว้างอยู่รอบกาย คมจันทร์เสี้ยวตวัดฟันอย่างถี่ยิบเป็นร่างแหฟ้าตาข่ายดินผืนหนึ่ง ประหนึ่งว่านางต้องการจะสับเงาร่างสายนั้นให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็มิปาน
เงาเลือนรางที่คล้ายมีคล้ายไม่มีบิดกายอีกครั้ง หันเหไปยังทิศทางอื่นเป็นคำรบสอง
ครั้งนี้มันพุ่งตรงเข้าหาอากุ่ย
ทุกผู้คนเผยสีหน้าแปลกพิกล ราวกับว่าพวกมันไม่อาจทนดูอยู่บ้าง
เงาร่างอันงดงามของอากุ่ยหายวับอย่างฉับพลัน ดุจสลายไปในอากาศธาตุ เงาสีเทารู้สึกแหฟ้าตาข่ายดินที่ล้อมกักมันเอาไว้จู่ๆ ก็เปิดกว้างออก ต้องลอบปิติยินดีวูบหนึ่ง พลันผนึกรวมรั้งกำลังทั่วร่าง คิดเร่งบุกฝ่าผ่านช่องว่างสายนั้นออกไปโดยเร็วที่สุด
ทว่ามันยังไม่ทันจะได้ขยับตัว พลันรู้สึกลำคอตึงวูบ สูญเสียการควบคุมร่างกายโดยไม่รู้ตัว โลกพลิกวูบอย่างรุนแรง
ปัง!
อากุ่ยใช้มือข้างเดียวขยุ้มลำคอของคนลึกลับ เหวี่ยงฟาดใส่พื้นท้องเรืออย่างหนักหน่วงดุดัน ดุดันราวกับหวดค้อนยักษ์ด้ามหนึ่งก็มิปาน!
แรงหวดฟาดนี้หนักหน่วงรุนแรงถึงเพียงไหน กระทั่งพื้นกระดานเรือที่แข็งแกร่งดุจหินผา ทั้งปกคลุมด้วยลวดลายค่ายกลยันต์ยังถึงกับแตกกระจาย เศษไม้สาดกระเด็นไปทุกทิศทาง
เงาสีเทาเจ็บปวดอย่างรุนแรง ราวกับร่างถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ในสายตามืดทะมื่น สิ้นสติไปในทันที
ก่อนที่สติของมันจ