ลังอย่างเร็วรี่ ไปหลบอยู่หลังนกโง่ในชั่วพริบตา
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ จั่วม่อในที่สุดค่อยค้นพบกลิ่นอายที่แทบจะไม่มีอยู่จริงสายหนึ่ง
ด้วยความหนักแน่นของจั่วม่อยังต้องตะลึงลาน ร่างสะท้านขึ้นคราหนึ่ง กลิ่นอายขุมนี้อ่อนจางยิ่ง แม้ว่ามันจะเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ หากมิใช่ว่าเจ้าดำน้อยกระตุ้นเตือน กระทั่งมันเองยังอาจจะมองข้ามไปได้
มีคนลักลอบขึ้นเรือจริงๆ!
จั่วม่อรู้สึกกลางหลังเย็นวะวาบ พร้อมกันนั้นยังพิโรธโกรธกริ้วสุดระงับ พวกมันเพิ่งจะผ่านเข้าสู่ดินแดนเก้ามหานิกายพุทธเท่านั้นเอง กลับบังเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว จั่วม่อรู้สึกเสื่อมเสียหน้านักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขบวนของพวกมันยังเพียบพร้อมด้วยยอดยุทธ์มากมายปานนี้“สหายที่อยู่ด้านใน อย่าได้หลบซ่อนแล้ว! ในเมื่อมาแล้วไยไม่ออกมาพบหน้าสักครา!” จั่วม่อสุ้มเสียงเย็นเยียบ สองมือโคจรพลังเทพตระเตรียมจู่โจมได้ทุกขณะจิต
ร่างแหตาข่ายทั้งผืนกลายเป็นเขม็งตึงเครียด พลันแผ่ซ่านกลิ่นอายกดดันที่คล้ายสามารถบดขยี้ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ภายใน
ทว่าภายในห้องท้องเรือกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด กลิ่นอายสภาวะที่คล้ายมีคล้ายไม่มีสายนั้นกลับกลายเป็นยิ่งอ่อนจางลง จนราวกับว่าจะเลือนหายไปได้ทุกเมื่อ คนผู้นั้นคล้ายจู่ๆ ก็สลายหายไปในอากาศธาตุ
เงาร่างเลือนรางซึ่งแทบไม่มีอยู่จริงบิดกายวูบที่กลางอากาศด้วยท่วงท่าแปลกประหลาด แล้วพลันไปปรากฏอยู่ที่มุมอีกด้านหนึ่งในชั่ววิบตา
“กลั