ินอวิ๋นกลับไม่ได้รับแมลงสื่อสารจากขุนพลเฒ่าเฉวียนเพ่ยอีก
สภาพการณ์ผิดปกตินี้ทำให้ไห่จินอวิ๋นบังเกิดลางสังหรณ์เลวร้าย หากสถานการณ์เป็นปกติ รองแม่ทัพของเฉวียนเพ่ยจะต้องส่งแมลงสื่อสารมาทุกสองชั่วยาม เพื่อรายงานสถานการณ์สู้รบ การที่ผ่านไปสี่ชั่วยามแล้ว แต่
เฉวียนเพ่ยมีฝีมือทางกระบวนทัพ มันเมื่อตกลงใจสู้รบแบบกองโจรทำศึกยืดเยื้อ แน่นอนว่าต้องไม่พ่ายแพ้อย่างง่ายดาย คิดกวาดล้างกองทัพที่ยอมทำศึกกองโจรเพื่อสู้รบอย่างยืดเยื้อเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญยิ่งอย่าว่าแต่จะเข่นฆ่าทำลายล้างทั้งหมดภายในสี่ชั่วยาม
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเวลาผ่านไป สังหรณ์ร้ายของไห่จินอวิ๋นยิ่งรุนแรงขึ้นทุกขณะ
ไห่จินอวิ๋นเริ่มร้อนรนกระวนกระวาย มันพยายามเบี่ยงเบนความสนใจไปกับการสืบหาจุดมุ่งหมายของเปี๋ยหาน การเคลื่อนไหวอันน่าตื่นตาตื่นใจชวนตาลายละลานของเปี๋ยหานยืนยันว่ามันมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนอยู่ในใจ เพียงแต่มันปกปิดอำพรางอย่างมิดชิด
“ซ่างต้าเหรินอยู่ที่ตำแหน่งใดมันชะงักเท้าอย่างกะทันหันเปลี่ยนไปถามรองแม่ทัพของมัน
“ซ่างต้าเหรินบรรลุถึงอาณาจักรเรือนกระจ่าง ห่างจากเราราวๆ สามวัน” รองแม่ทัพรีบตอบอย่างฉะฉาน
ไห่จินอวิ๋นที่เดินวนไปวนมาเหมือนเสือติดจั่นพลันหยุดเดิน ความร้อนรนในดวงตาสลายหายไปทันที มันสั่งการด้วยเสียงลึก “ตั้งค่ายที่นี่ รอให้ซ่างต้าเหรินมาสมทบ!”
ผ่านไปห้าชั่วยามแล้ว… …
ไห่จินอวิ๋นทราบแน่แก่ใจ สภาพการณ์ที่มันคิดว่าไม่น่า