เจี่ยนจุนคล้ายสนทนาสัพเพเหระในชีวิตประวัน แย้มยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติพลางกล่าว “ก่อนจะออกเดินทาง จงต้าเหริน (หมายถึงจงเต๋อ)บอกกับข้าว่าซีเซวียนยามนี้อ่อนแอยิ่ง คุนหลุนกับเทียนหวนจดจ้องอยู่ด้านข้างอย่างหิวกระหาย ส่วนเก้ามหานิกายพุทธ อย่าได้เห็นว่าพวกมันมีจำนวนมาก แต่ภายในหมู่พวกมันแบ่งฝักแบ่งฝ่าย พลังอำนาจกระจัดกระจายไม่รู้ว่ากี่ส่วนกี่เสี้ยว มองภายนอกอาจดูเข้มแข็งดี แต่หากเผชิญแรงกดดันพวกมันจะแตกสลายในบัดดล มีเพียงม่ออวิ๋นไห่เท่านั้นที่ควรค่าต่อการจับมือเป็นพันธมิตร ม่ออวิ๋นไห่แม้มีกำลังพลไม่มาก แต่มีแม่ทัพขุนพลที่เข้มแข็งแกร่งกร้าว พวกมันไม่ได้ครอบครองดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล แต่พวกมันมั่งคั่งร่ารวย ศักยภาพของพวกมันเป็นที่คาดคำนวณได้มีโอกาสเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุด”
“จงต้าเหรินชมเชยเกินไป” จั่วม่อกล่าวถ่อมตัว
เจี่ยนจุนแย้มยิ้มเล็กน้อย “ซีเซวียนเราอ่อนแอมาเป็นเวลานาน เหล่าอัจฉริยะของสำนักก็พากันแยกตัวออกไป หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากขุมกำลังภายนอก เราจะไม่มีปัญญาต่อกรกับคุนหลุนและเทียนหวนได้ ม่ออวิ๋นไห่ตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกล ซ้ายังมีเก้ามหานิกายพุทธเป็นฉากกั้น ในระยะเวลาอันสั้นไม่มีข้อห่วงกังวล ทว่าทันทีที่คุนหลุนและเทียนหวนกลืนกินซีเซวียนสำเร็จ แต่ละฝ่ายจะครอบครองพลังอำนาจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
บรรลุถึงขั้นแกร่งกร้าวเกรียงไกรไร้ผู้ต้านติด ต้าเหรินยังทำนายว่าเมื่อเรื่องราวดำเนินไปถึง