ลีชีพในซากโบราณสถาน กระทั่งเจ้าสำนักคุนหลุนยังได้รับบาดเจ็บปางตาย”
จั่วม่อตะลึงลาน ต่อให้เป็นคุนหลุน ราคาที่ต้องจ่ายออกไปนี้ยังเรียกได้ว่าหนักหนาสาหัส
“ยุทธภัณฑ์เทพพัฒนาไปอย่างรวดเร็วยิ่ง อาจบางทีอีกไม่เกินปีสองปีทุกผู้คนอาจพัฒนาอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง” เจี่ยนจุนกล่าวอย่างหวาดวิตก “เรียนรู้จากของโบราณดีกว่าปิดประตูคลำทางเอาเอง ท่านสมควรให้ความสำคัญมากกว่านี้ หากทางเราได้รับข่าวสารเกี่ยวกับซากโบราณสถานจะแจ้งให้ทราบในบัดดล”
“ประเสริฐ!” จั่วม่อผงกศีรษะรับอย่างจริงจัง วาจาของเจี่ยนจุนถูกต้องชัดเจนจนไม่อาจโต้แย้ง
ยุคสมัยใหม่เมื่อเริ่มต้นขึ้น มักจะเป็นช่วงเวลาที่การพัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด หากย่อหย่อนเพียงชั่วขณะ อาจหมายความว่าจะถูกทิ้งล้าหลังไปตลอดกาล นี่แตกต่างจากระบบพลังปราณที่เติบโตเต็มที่จนเพียบพร้อมสมบูรณ์ไปแล้ว พลังเทพเพิ่งจะถือกำเนิดใหม่ได้ไม่นาน แม้มองเห็นภาพรวมทั่วไป แต่ในส่วนของรายละเอียดยังคงหยาบกระด้างยิ่ง
คุนหลุนเมื่อยินดีจ่ายด้วยราคาอันน่าตระหนกถึงเพียงนี้ ย่อมหมายความว่าสิ่งที่พวกมันได้รับคุ้มค่ากว่าราคาที่พวกมันต้องจ่ายออกไป
จั่วม่อบังเกิดลางสังหรณ์ร้ายอย่างแรงกล้า
กู่เหลียงเตาเพ่งตาอ่านจดหมายเป็นเวลานาน จากนั้นนิ่งเงียบงันไป
“พี่ใหญ่ ตาเฒ่าจงเต๋อใช่กล่าววาจาน่ารังเกียจหรือไม่?” ซวงอวี่เห็นสีหน้าของกู่เหลียงเตา พลันโพล่งถามอย่างอดรนทนไม่ได้
กู่เหลียงเตาสั่นศีรษะ พลา