งยื่นส่งม้วนหยกให้แก่ซวงอวี่ “ลองอ่านดู”
ซวงอวี่รับม้วนหยกไปอ่านอย่างกระตือรือร้น จากนั้นสีหน้าของมันน่าดูชมยิ่ง หลังจากอ่านเสร็จสิ้นก็ยื่นม้วนหยกส่งต่อให้แก่เซี่ยว
กู่เหลียงเตาหัวร่อเสียงขื่น คล้ายเย้ยหยันตัวเอง “มันกลับเชื้อเชิญให้เรากลับไป มันจะสละตำแหน่งและจะกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทั้งหมด”
“นี่… …นี่ใช่เป็นกลลวงหรือไม่?” ซวงอวี่อึกอักอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างลังเล ไม่ว่าจะอย่างไร เนื้อความในจดหมายไม่ใช่เรื่องที่คนปกติจะเชื่อได้ลง
“เป็นเรื่องจริง” กู่เหลียงเตาสายตาเคว้งคว้างอยู่บ้าง ความขัดแย้งในใจและความเจ็บปวดรวดร้าวฉายชัดอยู่ในดวงตาของมัน
“เช่นนั้นเราควรกลับไปหรือไม่?” ซวงอวี่ถามอย่างคึกคักกระตือรือร้น มันเชื่อว่าหากพี่ใหญ่กลับไปกุมอำนาจของซีเซวียน ซีเซวียนย่อมต้องฟื้นคืนจากความตายอย่างแน่นอน!
“อาเซี่ยว เจ้าเห็นว่าอย่างไร?” กู่เหลียงเตาถามอย่างกะทันหัน
เซี่ยวเงียบงันอยู่ชั่วอึดใจ จากนั้นกล่าวเนิบนาบ “นี่ยากจะบอกได้จงเต๋อกล่าวว่าชีวิตมันเหลืออยู่อีกเพียงสามปี เป็นไปได้ว่าไม่ใช่เรื่องหลอกลวง มิหนำซ้าที่มันบอกว่าจะสละอำนาจก็สมควรไม่ใช่เรื่องหลอกลวงเช่นกัน เนื่องเพราะมีแต่เราที่จะช่วยกอบกู้ซีเซวียนได้ อย่าว่าแต่จนถึงตอนนี้ มันเข่นฆ่าสังหารผู้คนของซีเซวียนไปมากมาย แต่ไม่เคยแตะต้องผู้ที่ใกล้ชิดกับเรา”
กู่เหลียงเตายังคงรับฟังเงียบ ๆ
“แต่หลังจากนั้นเล่า?” เซี่ยวกล่าวอย่างเยือกเย