็น “เมื่อจงเต๋อแตกดับไปแล้วเล่า? พี่ใหญ่อาจจะกุมอำนาจสูงสุด แล้วจากนั้นเล่า? เจ้าสำนักอาจสามารถอดทนต่อจงเต๋อ แต่มันยังจะอดทนต่อพี่ใหญ่ด้วยหรือไม่?”
ซวงอวี่สีหน้าแข็งทื่อ นิ่งเงียบไปทันที
“ฝีมือในการอดทนอดกลั้นของเจ้าสำนักเรียกได้ว่าเลิศล้ายิ่ง เหล่าผู้อาวุโสกุมอำนาจนานปี คอยควบคุมบงการซีเซวียนมาโดยตลอด แต่เจ้าสำนักไม่เคยเอ่ยปากแม้สักครึ่งคำ ยามนี้ลองนึกทบทวนดู บางทีเจ้าสำนักอาจจงใจปล่อยให้พวกมันกระทำอย่างย่ามใจเช่นนี้เอง ข้ายังสงสัยว่าการที่พี่ใหญ่ถูกบีบคั้นจนต้องระเห็จออกจากสำนัก เกรงว่าเป็นเจ้าสำนักนี่เองที่ลอบผลักดันจากเงามืด”
“เป็นไปไม่ได้?” ซวงอวี่ดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าทอแววเหลือเชื่อ
เซี่ยวแย้มยิ้มอย่างเย็นชา “เมื่อครั้งที่ได้รับตำแหน่ง เจ้าสำนักยังเยาว์วัยยิ่ง ไม่มีปัญญาต่อต้านแข็งขืนเหล่าผู้อาวุโส มันถูกสถานการณ์บีบบังคับ เจ้าลองนึกดูหลายปีมานี้เจ้าสำนักกระทำเรื่องราวใดบ้างสำมะเลเทเมา เอาแต่เสพสุข ไม่ถามไถ่เรื่องในสำนัก แล้วลองดูสิ่งที่เจ้าสำนักกระทำในครั้งนี้ มันแม้ไม่ใช่มือสังหาร ถึงกับไม่ได้ลงมือสังหารผู้คนแม้แต่คนเดียว แต่กลับเป็นบุคคลอันกลอกกลิ้งที่สุด จงเต๋อหายตัวไปกว่าห้าสิบปี แต่พอกลับมากลับสามารถขุดรากถอนโคนบรรดาผู้อาวุโสและรากฐานของพวกมันทั้งหมดในชั่วข้ามคืน นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะสำเร็จได้ด้วยการที่เพียงฆ่าคนสะเปะสะปะ”
“เจ้าหมายความว่า… …” ซวงอวี่ไม่ได้โง่งม พอฟังพลันเ