ข้มแข็งกว่ากัน!”
“มาเลย มาเลย! ผู้ใดเกรงกลัวเจ้าด้วย!” อาเหวินไม่ระย่อ ถลึงตากลับอย่างขุ่นแค้น
หนานเยว่แทบจะคลั่งใจตาย ลำพังการเดินทางครั้งนี้ครั้งเดียว นี่มันกี่ครั้งกี่คราวเข้าไปแล้ว?
นางสะบัดหน้ากลับไปทันควัน กล่าวเสียงเย็นชา “ต้าเหรินบอกว่าระหว่างปฏิบัติภารกิจหากพวกเจ้าต่อสู้กัน เมื่อกลับไปพวกเจ้าจะถูกกักบริเวณสามเดือน”
สองตัวปัญหาตัวแข็งทื่อ
เนิ่นนานให้หลัง อสูรผมสีส้มค่อยพึมพำเบา ๆ “ครั้งนี้จะปล่อยเจ้าไปก่อน หากมิใช่ว่าต้าเหรินปกป้องเจ้า ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสการพ่ายแพ้ครั้งที่หกร้อยยี่สิบสาม!”
อาเหวินโต้กลับอย่างไม่ลดราวาศอก “หากมิใช่ว่าต้าเหรินปกป้องเจ้าข้าจะหยิบฉวยชีวิตน้อย ๆ ของเจ้าอย่างง่ายดายดุจหยิบสิ่งของจากถุงย่าม!”
อสูรผมสีส้มงงงันวูบ “เจ้าร่าเรียนประโยคเหล่านี้มาจากที่ใด? ฟังดูเข้มแข็งยิ่ง!”
อาเหวินสะกดกลั้นอย่างเต็มที่ไม่ให้เผยสีหน้าภาคภูมิใจ แต่สุ้มเสียงตอบคำยังคงปิดบังไม่อยู่ “เหล่าเยียน!”
อสูรควันดำรู้ตัวทันทีว่าเห็นท่าจะไม่ดีแล้ว จริงดังคาด มันยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว อสูรผมสีส้มโถมมาถึงตรงหน้าราวกับลมหอบหนึ่ง “เหล่าเยาเหล่าเยา รีบด่วน คิดประโยคที่ฟังดูดีกว่ามันให้ข้าด้วย… …”
ทันใดนั้นเอง ทั้งขบวนพลันหยุดกึก เพ่งมองไปยังกลุ่มคนเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง
หัวหน้าของผู้คนกลุ่มนั้นเป็นบุรุษหนุ่มที่แผ่ซ่านกลิ่นอายยะเยียบและมืดมนผู้หนึ่ง มันผุดลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างเงียบเ