วะของสุ้มเสียงโหวกเหวกโวยวายจากทางด้านหลัง
“ให้ข้าบอกต่อพวกเจ้า คราครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดจะมาขวางกั้นเส้นทางของอัจฉริยะผู้นี้ได้อีกแล้ว! ในที่สุดก็ได้รับมอบหมายภารกิจ! วะฮาฮ่า! ถึงเวลาแล้วที่รัศมีเจิดจรัสของอัจฉริยะจะสาดส่องให้ตัวประกอบเล็กๆ อย่างเจ้าได้ประจักษ์ชัด!”
อสูรผมสีส้มกล่าวพลางแหงนหน้าหัวร่ออย่างไร้หัวจิตหัวใจ
อาเหวินสวนกลับด้วยสีหน้าเย็นยะเยียบ “คนปัญญาอ่อน!”
อสูรควันดำขยับถอยหลังสองก้าวอย่างนกรู้ พาตัวออกห่างจากสองตัวปัญหาอย่างใจเย็น
“เศษสวะ เจ้าว่าผู้ใดปัญญาอ่อน?” อสูรผมส้มถลึงตามองอาเหวินอย่างขุ่นเคือง แต่จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มลำพองใจ “เอาเถอะ ข้าเข้าใจดีว่าเจ้าก็แค่ริษยา คราวที่แล้วเจ้าพ่ายแพ้ต่อข้า วะฮาฮ่า หัวใจน้อยๆ อันเปราะบางของเจ้าทานทนรับการจู่โจมทำลายของข้าไม่ได้ ข้าร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
“เฮอะ เจ้าแค่ไล่ตามทัน ยามนี้เพิ่งจะเสมอกันเท่านั้น” อาเหวินยิ้มเย็นชา “หากเจ้าไม่เชื่อ ลองถามเหล่าเยียน (เจ้าควัน) ดู”
อสูรผมสีส้มงงงันวูบ จากนั้นหันไปถามอสูรควันดำอย่างงุนงง “เหล่าเยา (อสูรเฒ่า) ข้าเพิ่งจะไล่ตามมันทันจริง ๆ?”
อสูรควันดำตระเตรียมคำตอบไว้แต่แรก “อา ก่อนหน้านี้มันชนะหกร้อยยี่สิบสองครั้ง ส่วนเจ้าชนะหกร้อยยี่สิบเอ็ดครั้ง”
อสูรผมสีส้มกรีดร้องปานจะขาดใจ “อาอาอ๊าก! จะเป็นไปได้อย่างไร!จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! มาเถอะ เจ้าเศษสวะ มาลองต่อสู้กันเลยดีกว่า ดูว่าที่แท้ผู้ใดเ