ึมจริงจัง
อีเจิ้งพอเห็นเงาร่างคุ้นตา พลันสะท้านขึ้นทั้งร่าง ใบหน้าทอแววปิติยินดีสุดระงับ “จงซือฟู่!”
ผู้เป็นศิษย์พี่แหงนหน้ามองเงาร่างพระโพธิสัตว์ขนาดมหึมาอันจริงแท้อย่างโง่งม สมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
เมื่อสายตามันประสานสบตากับร่างโพธิสัตว์ที่ก่อรูปขึ้นดุจร่างจริงแท้ศิษย์พี่อดสั่นสะท้านไม่ได้
เนื่องเพราะนัยน์ตาของพระโพธิสัตว์เป็นสีเทา!
แปดปีล่วงผ่าน ในที่สุดจงหยูก็ออกมาจากด่านเป็นตาย สะท้านทั่วทะเลเมฆ!
“ไม่ได้กลับมายังแดนอสูรนานมากแล้ว ช่างชวนให้ผู้คนครุ่นคะนึงถึงโดยแท้” คังเจ๋อกล่าวปนทอดถอนด้วยอารมณ์ บัดนี้ความอ่อนเยาว์บนใบหน้าของมันเลือนหายไปแทบหมดสิ้นแล้ว มันกลับกลายเป็นบุคคลอันสงบเยือกเย็นเหนือธรรมดาผู้หนึ่ง
หมิงเจวี๋ยจื่อสั่นศีรษะคล้ายไม่เห็นด้วย “ข้ายังคงรู้สึกว่าอาณาจักรทะเลเมฆดีกว่ามาก”
“ข้าเพียงแค่หวนรำลึกเท่านั้น” คังเจ๋อหัวร่อเย้ยหยันตัวเอง “แน่นอนว่าอาณาจักรทะเลเมฆเราย่อมประเสริฐสุด ฟังว่ายามนี้แดนอสูรอลหม่านวุ่นวาย การประลองกำลังในสภาผู้อาวุโสดุเดือดรุนแรง ฉากหน้าแต่ละคนทำเป็นเกรงอกเกรงใจ แต่ในระดับล่างลงมากลับรบราฆ่าฟันกันไม่เว้นแต่ละวัน”
หนานเยว่ไม่เอ่ยปาก เพียงรับฟังการสนทนาของสหายทั้งสองอย่างเงียบงัน ความคิดจิตใจล่องลอยไปไกล …เหล่าสหายเก่าของนางที่ตำหนักศาสตร์อสูรคงไม่ได้รับผลกระทบด้วยกระมัง?
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าความคิดหวนคะนึงของนางพลันสลายวับ ด้วยการขัดจังห