งอันน่าประหลาดแต่ทรงอานุภาพนัก มันจู่ ๆ บังเกิดความสนใจใคร่รู้ต่อม่ออวิ๋นไห่อย่างเปี่ยมล้น
คลื่นเมฆมหึมาถาโถมมาราวกับไม่มีที่สิ้นสุด คนทั้งสองประดุจเรือไม้ลำน้อยลอยเคว้งคว้างอยู่กลางพายุคลื่นยักษ์ ไม่อาจตั้งหลักมั่น หลังจากกระแสคลื่นมหึมาสาดซัดใส่ไม่รู้ว่ากี่ระลอก อีเจิ้งร่างกายเริ่มสั่นระริกใบหน้าอาบท่วมไปด้วยหยดเหงื่อแน่นขนัด
ผู้เป็นศิษย์พี่สีหน้ากลายเป็นขรึมเคร่ง ทันใดนั้นเริ่มสวดพระสูตรออกมา
สุ้มเสียงสังวัธยายมนตร์ของมันไม่ได้ดังกังวาน ทว่าแต่ละคำฟังถนัดชัดเจนอยู่ท่ามกลางเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดของกระแสคลื่นเมฆมหึมา เสียงสวดมนต์ของศิษย์พี่ผู้นี้คล้ายแฝงเร้นไปด้วยพลังลี้ลับ ช่วยให้ผู้คนสงบใจลงอย่างน่าประหลาด อีเจิ้งรู้สึกว่าจิตใจของมันสงบเยือกเย็นลง ร่างกายหยุดสั่น กระแสพลังหลายสายพลันปรากฏขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย กลับกลายเป็นมีกำลังวังชาเต็มเปี่ยมอีกครา
ในเวลานี้เอง สุ้มเสียงตวาดหนึ่งคำพลันดังกึกก้องอยู่กลางนภา
“อยู่!”
เสียงคำรามเกรี้ยวกราดของคลื่นยักษ์ขาดหายไปทันควัน ทะเลเมฆที่กำลังอาละวาดหยุดนิ่งอย่างน่าอัศจรรย์
“สลาย!”
ทะเลเมฆขาวรอบด้านคล้ายพังทลายลง แล้วสลายหายไปดุจหิมะต้องแสงตะวัน ชั่วพริบตานั้น เงาร่างสายหนึ่งประนมมืออยู่เบื้องหน้าปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า
เบื้องหลังคนผู้นั้น เห็นเงาร่างของพระโพธิสัตว์ศีรษะล้านเลี่ยนสูงหลายร้อยจั้ง สองมือของภาพเงาทำท่ามุทราอธิษฐาน สีหน้าเคร่งขร