ือต่อข้าเช่นนี้เจ้าใจดำอำมหิตเกินไปแล้ว”
อูอิ่งคล้ายไม่ได้ยิน
ทันใดนั้นสุ้มเสียงนิ่มนวลอ่อนช้อยชนิดหนึ่งพลันดังแว่วมาจากทางด้านหลังของพวกมัน “อย่าได้ก่อเรื่องแล้ว อาคันตุกะกำลังจะมาถึงในไม่ช้า”
ไฉซานชิงพอได้ยินสุ้มเสียงนี้ ถึงกับหนาวสะท้านจนตัวสั่นเบาๆกระทั่งอูอิ่งยังคล้ายร่างเกร็งขึ้นเล็กน้อยจนแทบไม่อาจสังเกตเห็น โฉมสะคราญที่นุ่มนวลหยาดเยิ้มนางหนึ่งเดินชดช้อยเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละไม
ชุดราตรียาวรัดรูปสีดำสนิทขับเน้นเรือนร่างอันร้อนแรงของนาง อวดลาดไหล่ละมุนขาวผ่องและร่องอกลึกล้าที่ขาวสล้างปานเย้ยหิมะ บันดาลให้ผู้คนคล้ายเลือดลมร้อนรุ่มเดือดพล่าน เรือนผมสีทองหยักเป็นลอนคลื่นงดงามหยาดเยิ้มจนชวนให้ผู้คนลุ่มหลงตาย
น่าประหลาดที่ไฉซานชิงและอูอิ่งกลับมีทีท่าหวาดกลัวนางดุจหวาดกลัวอสรพิษ โฉมสะคราญนางนี้คือบุคคลอันดับสองแห่ง ‘เพลิงทมิฬ’ นามเถาเวย
เถาเวยตวัดค้อนสองบุรุษอย่างหยาดเยิ้มรอบหนึ่ง ก่อนจะเดินชดช้อยเข้าไปอยู่ข้างกายโหยวฉินเลี่ย ยืนอยู่ทางด้านหนึ่งอย่างเรียบๆ ร้อยๆ
ดวงตาเรียวยาวของโหยวฉินเลี่ยลึกล้าดุจห้วงสมุทร ปิดซ่อนอารมณ์ความรู้สึกทั้งมวล คล้ายไม่ต่างจากยามปกติทั่วไป แต่ทุกผู้คนในที่นี้ล้วนบังเกิดความรู้สึกอย่างแรงกล้า ว่าวันนี้จะต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอน
ในไม่ช้า ภายใต้การนำของผู้ใต้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบ คนกลุ่มหนึ่งถูกนำมาทางด้านนี้
ทว่าสิ่งที่ทำให้เถาเวย ไฉซานชิงกับพวกต้องตื่นต