ับอิจฉาริษยากู่เหลียงเตาอยู่บ้าง อัจฉริยะเซี่ยวแม้ไม่มีความสามารถนำทัพบุกโจมตี แต่มากล้นไปด้วยพรสวรรค์ในด้านดูแลจัดการเรื่องราว กู่เหลียงเตาไม่ต้องแบ่งแยกสมาธิจิตใจมากังวลทางด้านนี้ มุ่งเน้นฝึกฝนกองทัพและการสู้รบของมันได้ตามใจชอบ
เหอหมิงแม้มีความสามารถ แต่เมื่อเทียบกับอัจฉริยะเซี่ยวแล้ว นับว่าอ่อนด้อยกว่าช่วงใหญ่
“อัจฉริยะในด้านการดูแลจัดการ?” ผูเยาพอฟังคำร้องขอของจั่วม่อถึงกับขมวดคิ้วไปด้วย “อัจฉริยะประเภทนี้ยากจะพบพาน คิดรับตัวเข้าสังกัดยังยากเย็นยิ่งกว่า”
“รีบนึกหาหนทางเร็วเข้า! ไม่จำเป็นต้องสนใจวิธีการที่ใช้! ไม่ว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนเท่าใดก็ได้!” จั่วม่อแยกเขี้ยว
“อา ข้าจะลองคิดดู” ผูเยาพยักหน้า
จั่วม่อจู่ ๆ ฉุกคิดถึงเรื่องบางประการ เอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “ว่าแต่ว่าผูผูบ้านแม่ทัพบัญชาการศึกของเจ้าเป็นเรื่องราวใด? เป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
ผูเยามีสีหน้าภาคภูมิลำพอง “มีเมล็ดพันธุ์ที่ดีอยู่บ้าง”
จั่วม่อยิ่งสนอกสนใจกว่าเดิม คนที่กระทั่งผูเยายังเอ่ยปากว่าดี สมควรเป็นยอดอัจฉริยะผู้หนึ่ง มันพอนึกแล้วแทบน้าลายไหลย้อยในทันที “แล้วเป็นอย่างไร? เจ้าสามารถดึงตัวพวกมันมาหรือไม่? หากพวกมันมาจริง ข้าจะสร้างกองทัพสักสองสามแห่งให้พวกมันเล่นด้วย!”
ด้วยความมั่งคั่งของม่ออวิ๋นไห่ในปัจจุบัน จั่วม่อสามารถกระทำเรื่องเช่นนี้ได้โดยไม่ขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“ครั้งนี้ข้ามีความคิดอื่น” ผูเยาปฏิเสธข้อเสนอของจั่วม่อ