อย่างไม่ไยดี
“เช่นนี้คงไม่ดีกระมัง… …” จั่วม่อพยายามกดดัน
ผูเยาเหลือบมองมันแวบหนึ่ง “ฟังว่าในชั้นเรียนแม่ทัพบัญชาการศึกมีหน่ออ่อนดี ๆ ไม่น้อย ผู้คนไม่สมควรกัดกินมากกว่าที่สามารถเคี้ยวกลืนแม่ทัพบัญชาการศึกที่ดีไม่ได้มาจากการศึกษาร่าเรียน แต่ต้องเพาะสร้างผ่านการสู้รบ”
จั่วม่อยิ้มละห้อย มันทราบว่าผูเยากล่าวไม่ผิด เรื่องนี้มันไม่อาจโลภมากเกินไป เคราะห์ดีที่ใบหน้าของมันหนายิ่ง แม้ถูกตำหนิซึ่งหน้ายังมีสีหน้าเป็นปกติไม่เปลี่ยนแปลง
“ขอหยิบยืมพวกหนานเยว่ให้ข้าใช้สอยสักครา” ผูเยากล่าวสืบต่อ
จั่วม่อพยักหน้ารับอย่างไม่เกี่ยงงอน “ไม่มีปัญหา”
หากผูเยาเอ่ยปากเป็นงานเป็นการ นั่นหมายความว่าเป็นเรื่องเป็นจริงเป็นจัง หากเป็นแผนการลี้ลับชั่วร้าย รับรองว่าเจ้าผู้นี้จะไม่ส่งเสียงแม้สักครึ่งคำ
มองดูเว่ยผู้นั่งหลับตาพริ้มราวรูปสลัก จมอยู่ในห้วงฌานสมาธิ จั่วม่ออดถามผูเยาไม่ได้ “เว่ยจะตื่นขึ้นมาเมื่อใด?”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจบอกได้” ผูเยาสั่นศีรษะ “มันจำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับพลังเทพของเจ้า เจ้าผู้นี้นับเป็นตัวประหลาดโดยแท้ พลังเทพของเจ้ารุดหน้ารวดเร็วเกินไปแล้ว!”
อัตราการรุดหน้าของจั่วม่อทำเอากระทั่งผูเยายังต้องผวา ในเจ็ดปีมานี้ จั่วม่อยังคงรักษาระดับการรุดหน้าอย่างบ้าคลั่งไว้ตลอดเวลา ไม่มีทีท่าว่าจะชะลอช้าลงแม้แต่น้อย
จั่วม่อพยักหน้า “เจ้าไม่เห็นคนของคุนหลุนเหล่านั้นหรอกรึ? หากข้าชักช้าแม้แต่ชั่ว