ังเทพกำลังพัฒนารุดหน้าอยู่ทุกวี่วัน แรกเริ่มเดิมทีมีผู้ฝึกปรือเพียงไม่กี่คน จนถึงบัดนี้ที่ทุกผู้คนล้วนฝึกปรือพลังเทพ กองทัพในภายภาคหน้าย่อมจะประกอบไปด้วยไพร่พลที่ฝึกปรือพลังเทพ สิ่งที่จะแปรเปลี่ยนตามไปก็คือวิธีการสู้รบ หากเราชิงก้าวล้าหน้าผู้อื่นในด้านนี้ เราจะกลายเป็นผู้นำในสงครามรูปแบบใหม่ในอนาคต”
ทุกผู้คนมีสีหน้าครุ่นคิด หลายคนพยักหน้าทันที โดยเฉพาะเหล่าแม่ทัพนายกอง พวกมันตระหนักซึ้งถึงเรื่องนี้มากกว่าผู้ใด
“เกราะสีเงินเป็นชุดเกราะของกงซุนต้าเหริน เรียกว่า ‘ล่มเมือง’12”
กงซุนชารอยยิ้มบนใบหน้าถึงกับแข็งทื่อ คนอื่น ๆ ยกมือตะครุบปากแทบไม่ทัน พวกมันฝืนข่มกลั้นเสียงหัวร่ออย่างสุดความสามารถ จนกล้ามเนื้อบนใบหน้าสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง
ปรมาจารย์ซุนเป่าเกรงว่าจะต้องแบกหม้อก้นดำ รีบขยายความเพิ่มเติมว่า “เป็นต้าเหรินตั้งชื่อให้ด้วยตัวเอง”
จั่วม่อที่กำลังหัวร่ออย่างปลาบปลื้มใจพลันตัวแข็งทื่อ ในใจลอบก่นด่าซุนเป่านับครั้งไม่ถ้วน รีบปั้นรอยยิ้มบนใบหน้า “ศิษย์น้อง นี่เป็นลางดีเป็นนามมงคล หนึ่งรอยยิ้มล่มเมือง เพียงชั่วแย้มยิ้มครั้งเดียว ก็ถล่มราบหนึ่งเมือง ไม่ทราบประเสริฐเลิศเลอถึงเพียงไหน! ฮ่าฮ่า อะแฮ่ม อันที่จริง……หากมิใช่เช่นนี้ … …อา ไฮ้ไฮ้ ข้ายังรู้สึกว่าหนึ่งรอยยิ้มล่มอาณาจักรยังคงฟังดูดีกว่า ในหนึ่งรอยยิ้ม ถล่มราบหนึ่งอาณาจักร ฮ่าฮ่าฮ่า… …ฮ่าฮ่า… …”
กล่าวถึงตอนท้าย จั่วม่อแสร้งทำเป็นปรบม